"โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล

การเมือง
14:38
จำนวนผู้ชม 125
Thai PBS
"โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล

วันนี้ (19 ต.ค.69) นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงที่สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.พรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ ว่า หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงทำไม่ได้ เพราะ น.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี และมองว่า เรื่องนี้ใหญ่กว่าการที่ สส.หนึ่งคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน

วันนี้สิ่งที่เราเห็นวันนี้ต้องให้เครดิตกับนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า การเปิดเผยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเหรียญ SHFL (Shuffle) ที่ถูกกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เห็นปัญหาว่า เรื่องการพนันออนไลน์ที่ไม่ได้หมดไปส่วนหนึ่ง คือ หน่วยงานที่มีอำนาจรัฐเป็นปัญหาเสียเองไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สอบสวนกลางทั้งไซเบอร์หรือแม้กระทั่ง ก.ล.ต.หน่วยงานเหล่านี้มีปัญหาแน่ ๆ

ดังนั้น ในส่วนของ น.ส.สุชาดา ตนเองคิดว่า ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายสิ่งที่ตนเน้นตอนนี้ไม่ใช่ต้องการดำเนินการทางกฎหมายกับ น.ส.สุชาดา เพียงอย่างเดียวแต่กำลังตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานรัฐทั้งหลายทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หน่วยงานรัฐทั้งหลายกำลังดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะหากไม่ดำเนินการสุดท้ายก็จะกลายเป็นว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปัญหาไม่ได้แค่ ส.ส 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันแต่ระบบของเราทั้งระบบมีคนที่ไม่แตกต่างกับอาชญากรไปอยู่ข้างในแล้วใช้อำนาจรัฐในการเกื้อหนุนให้กับบรรดาอาชญากรต่าง ๆ ต่อไป

ดังนั้นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไม่แจ้งความดำเนินคดี คือคนที่ไม่เข้าใจการทำงาน เพราะคดีนี้ผิดอาญาแผ่นดินหรือไม่ คดีนี้ในฐานะของฝ่ายตรวจสอบเราไม่ได้มองว่า เป็นเรื่องการดำเนินคดี สส.จำนวน 1 คน แต่เรากำลังมองว่า ผู้มีอำนาจรัฐช่วยหรือไม่ เรื่องมันใหญ่กว่านั้น

ดังนั้นเมื่อเราทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้จึงเป็นการตรวจสอบทุกองคาพยพว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ดังนั้นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ยังไม่เข้าใจในเรื่องของกลไกการทำงาน

สิ่งที่ตนต้องยืนยัน คือ เรากำลังใช้กลไกนั้นอยู่ ตนในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย ฯ อำนาจถูกบังคับตามรัฐธรรมนูญอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามดังนั้นและสิ่งที่อยากเห็น คือ หน่วยงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย

นายรังสิมันต์ยังกล่าวว่า กลับมาเรื่องของ สส.ไอเดียร์ คุณปิดที่เว็บไซต์ แล้วคุณเว้นเว็บไซต์ สส.ไอเดียร์ และ สส.ไอเดียร์ ยอมรับแล้วว่า สามีถือหุ้น ยอมรับเองเลย ไม่ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า นายไทหยาง เป็นคนเดียวกันหรือไม่ถือหุ้น 1%

เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่า หน่วยงาน DSI เพราะไม่ใช่ส้มก็เลยไม่ตรวจสอบ หากเป็นแบบนี้คุณก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายใช่หรือไม่หรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร หรือกลัวว่าจะขยายวงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนอื่น ๆ หรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจไซเบอร์เกิดมาเพื่อปราบเว็บไซต์พนันออนไลน์ไม่ใช่หรือ แต่คำถามคือตำรวจไซเบอร์อยู่ไหนในการทำเรื่องนี้ จะบอกว่าเว็บ SHFL (Shuffle) ถูกกฎหมายในประเทศคูราเซา ที่ไปเปิดหลายที่ก็ถูกกฎหมายในประเทศนั้น ๆ ทั้งหมด เพียงแค่ว่า จุดมุ่งหมายไม่ใช่แค่คนต่างประเทศในการเล่น แต่รวมถึงคนไทยในการเล่น ซึ่งในข้อมูลเห็นกันอยู่ว่า มีคนไทยไปเล่น แม้กระทั่งสอบสวนกลางตั้งต้นจากคดี 40 ล้าน ก็สามารถขยายขอบเขตสอบสวนเรื่องนี้ได้แต่ไม่ทำ

แม้กระทั่งกระทรวงดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี หายไปไหน ก่อนหน้านี้โฆษณาว่าปราบมาแล้ว 1 ล้านเว็บ ตอนนี้ไม่สนใจจะปราบเว็บ SHFL (Shuffle) เรารู้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และสามารถขยายวงได้ ซึ่งมีไม่กี่เว็บที่จะสามารถขยายวงไปถึงขั้นการยึดทรัพย์ได้ นี่ไม่ใช่โอกาสทองหรือที่จะขยายผล เอาคำพูดของ น.ส.สุชาดาไปสู่การขยายผลต่อไป ส่วนการยึดอายัดทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ไหนต้องลองคิดให้ดี ปปง. สามารถดำเนินการเชิงรุกได้เลย

ขณะที่กรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ดำเนินการอย่างไรก็ถือโอกาสนี้ใช้กับกรณี สส.คนอื่น ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันได้เช่นกัน แม้คดีความทางอาญา ของ นส.สุชาดา ยังไม่มีความคืบหน้า แต่หลัก ๆ ก็ต้องพิสูจน์ทางกฎหมายในกรณีการถือหุ้นว่า มีองค์ประกอบความผิดอย่างไรแต่เบื้องต้นถ้าดำเนินการเท่ากับว่า เป็นการตัดตอน น.ส.สุชาดา ออกจากความเสี่ยงทางกฎหมายในการดำเนินคดีไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ส่วนการเอาผิดในทางกฎหมายสามีภรรยาเป็นคนเดียวกัน หากพยานหลักฐานเอาผิด ได้เฉพาะสามีก็เอาผิดกับสามี ก็ว่ากันไปตามนั้น แต่ นับเวลาที่ น.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ใช้อำนาจไหน ในการที่จะอุ้มชูเว็บไซต์และต้องไปดูเส้นเงินด้วยถ้าสมมติโอนเงิน 1-2 ล้าน ไปให้บุคคลต่าง ๆ โดยไม่มีเหตุผล ที่เหมาะสมก็ต้องดูว่า เส้นเงินเหล่านี้เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องขยายกันอีกเยอะ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า น.ส.สุชาดา และสามีถือว่า เป็นบุคคลบริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา

เมื่อถามถึงจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ น.ส.สุชาดา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนจะถึงคดีอาญามีคดีทางแพ่ง คือ การยึดอายัดทรัพย์ ในกรณีการร่ำรวยผิดปกติและไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ได้ เรื่องนี้ ปปง.ก็สามารถไปพิจารณาได้ แต่ตนยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของ ปปง.อย่าให้ถูกกล่าวหาว่ามีการตัดตอนเรื่องนี้

ส่วนเรื่องจริยธรรมทุกคนรู้ว่าพรรคประชาชนมีข้อห่วงกังวลเรื่องนี้แต่เราไม่อยากเห็นการใช้นิติสงครามที่ไม่ผิดแล้วต้องการทำให้เขาผิด ซึ่งเป็นขอบเขตที่เป็นดุลพินิจกว้างขวาง ดังนั้นจึงต้องดูว่าในการดำเนินการไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ต้องดูไปกลไกทางกฎหมายในการดำเนินคดีประเทศไทยหลายเรื่องพยายามบีบให้ใช้กลไกทางจริยธรรม ดังนั้นเรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอีกสมควร

เมื่อถามว่า เส้นเงินอาจจะโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทยถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้ในรายละเอียดว่า เงินของพรรคภูมิใจไทยมีที่มาอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงการยุบพรรค สิ่งที่ต้องดำเนินการลำดับแรก คือ พิจารณารายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง เรื่องยุบพรรคทุกคนเข้าใจว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไรสำหรับเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคนั้น ต้องไปดูรายละเอียดในการบริจาคทั้งหมด ตนไม่มั่นใจว่าอาจจะไม่ใช่แค่เงินเดือนอาจจะมีมากกว่านั้น จึงต้องไปดูที่มาและต้องดูว่าเป็นเงินเว็บพนันหรือไม่ และถ้าหากเป็นเงินเว็บพนันพรรครู้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายรายละเอียดที่ต้องไปดูต่อ

ถ้าหากกลับไปสู่จุดตั้งต้นเราไม่เคยคิดว่า พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาไม่ควรจะต้องถูกยุบด้วยกลไกพวกนี้ เว้นแต่พรรคการเมืองนั้นมีวัตถุประสงค์ทำผิดตั้งแต่ต้นหรือเกิดมาเพื่อเป็นโจร ซึ่งคงไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น

ดังนั้นการให้เงินสนับสนุนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในกรณีนี้ตนให้น้ำหนักว่าหากมีการตัดสินว่าทำผิดจริงเส้นเงินทุกอย่างชัดเจน คงไม่ได้คิดไปถึงการยุบพรรคสิ่งที่อยากเห็นมากกว่า คือ ความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมืองของนายไชยชนก รวมถึงนายอนุทิน นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้

ส่วนที่มีการโยงไปถึง สส.ภูเก็ต ของพรรคประชาชน ที่เป็นนอมินีใน 28 บริษัท แล้วไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีของ น.ส.สุชาดา

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องใช้คำพูดของนายอนุทิน คือ ปิดชื่อถือพฤติกรรม แต่นายอนุทินอาจจะดูสีด้วย หากเทียบ กรณี สส.ภูเก็ตหรือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอถามกลับว่า กรณี น.ส.สุชาดา ไม่ได้ร้ายแรงหรือ ตอนนี้เริ่มไปกันใหญ่ซึ่งถือว่าร้ายแรงเพราะเว็บดังกล่าวใช้เพื่อการฟอกเงินได้ แล้วรัฐบาลดำเนินการอะไรกับ น.ส.สุชาดา บ้าง

ตนไม่มีปัญหาหากรัฐบาลจะดำเนินการกับ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน หรือ นายภาวุธ หากมีพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดจริง แต่ขอให้ช่วยนำมาตรฐานนี้ไปใช้กับ น.ส.สุชาดา ด้วยรวมถึงปรับใช้กับนักการเมืองทุกคนเป็นมาตรฐาน

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ปัญหาในวันนี้คือ สส.ภูเก็ต กับนายภาวุธ เข้าสู่กระบวนการแล้ว แต่ น.ส.สุชาดา ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ เงียบเป็นเป่าสาก เหมือนมีอะไรอุดปากเขาอยู่ ผมคิดว่าเราต้องดำเนินการกับรัฐบาล ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะคิดว่าพอเป็นพวกพ้องก็จะปกป้อง พอเป็นพวกเดียวกันช่วยเหลือ สีเดียวกันทำเป็นมองไม่เห็น ถ้าเป็นแบบนี้เรารับไม่ได้

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ เปรียบเทียบกรณีนายภาวุธ ที่มีข่าวว่าจะออกหมายเรียก นายภาวุธไปด้วยตนเอง โดยที่ยังไม่ทันมีการออกหมายเรียกขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแลกลับเงียบในเรื่องของ น.ส.สุชาดา ซึ่งตนกังวลว่าสังคมจะมองว่ารัฐบาลช่วยเหลือ

อ่านข่าว :

"สิริพงศ์" แจงโพสต์เดือดไม่ได้หมายถึงใคร ยันเงินบริจาคภูมิใจไทยถูกกฎหมาย

"ภท." โต้ "ศิริโชค" ยืนยันเงิน "ไอเดียร์" บริจาคเข้าพรรค เป็นเงินสุจริต

"อนุทิน" ตอบไม่ทราบ ปม ป.ป.ช.สอบบัญชีทรัพย์สิน "สส.ไอเดียร์-คู่สมรส"

"ไชยชนก" ชี้ "สส.ไอเดียร์" ต้องชี้แจงปมบัญชีทรัพย์สิน ย้ำทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ป.ป.ช.เตรียมแกะรอยเส้นทางการเงิน "สส.ไอเดียร์" ส่อผิดปกติ-ปกปิดข้อเท็จจริง

"บ้านใหญ่" ฟาสแทร็คท์ "สัมฤทธิ์" พ่อ "ไอเดียร์" สส.ชัยภูมิ

"ไอเดียร์" เตรียมแจงปมถูกพาดพิง ไม่ตอบให้ข้อมูล กมธ.หรือไม่

"สส.ไอเดียร์" แจ้งความเอาผิด "รังสิมันต์ โรม" ข้อหาหมิ่นประมาท

จาก 40 ล้านสู่ 1.9 พันล้าน ไทม์ไลน์ "โรม-ไอเดียร์-ไอซ์" ปมร้อนข้ามสภาถึงโซเชียล