วันนี้ (19 ต.ค.2569) จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pichai Prathetsena โพสต์ภาพรอยปริศนาลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก "นี่ตัวอะไร" พร้อมตั้งคำถามว่า "ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์ไหมครับ เจอแถวลำธารในป่า อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี"
หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามากดไลก์ แชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนคาดว่าอาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ พร้อมสอบถามถึงที่มาของการค้นพบ ขณะที่บางคนรอติดตามผลการตรวจสอบ และมองว่าหากได้รับการยืนยันว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์จริง ถือว่าสุดยอดประสบการณ์ เดินเจอรอยเท้าไดโนเสาร์ อิจฉาเลย
ด้านกรมทรัพยากรธรณีได้รับทราบข้อมูลแล้ว โดยเบื้องต้นลักษณะที่ปรากฏในภาพคล้ายรอยตีนของไดโนเสาร์กินเนื้อ และได้ประสานข้อมูลกับผู้ค้นพบ เตรียมมอบหมายให้กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อพิสูจน์ลักษณะและที่มาของรอยดังกล่าว
รอยปริศนากลางลำธาร ใช่รอยตีนไดโนเสาร์หรือไม่? กรมธรณีเตรียมตรวจสอบ 20 ต.ค.นี้
ไดโนเสาร์ย่ำเดินอย่างไร ให้รอยตีนคงอยู่ได้นับล้านปี
แม้ยังต้องรอผลตรวจสอบเพื่อยืนยันว่ารอยปริศนาที่พบ เป็นรอยตีนไดโนเสาร์จริงหรือไม่ แต่กรมทรัพยากรธรณีได้เผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเกิดรอยตีนไดโนเสาร์ เพื่ออธิบายว่าเหตุใดร่องรอยการเดินของสิ่งมีชีวิตในอดีตจึงสามารถคงอยู่จนกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ให้เห็นได้ในปัจจุบัน
หลายคนอาจเคยลองเดินเหยียบทรายบริเวณชายหาดเพื่อทิ้งรอยเท้าไว้ แต่เมื่อคลื่นซัดเข้ามา รอยเหล่านั้นก็อาจเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วรอยตีนของสิ่งมีชีวิตในอดีตละทำไมถึงคงสภาพอยู่นับร้อยล้านปีได้ หรือต้องตัวหนักกี่ตันถึงจะสร้างรอยบนหินแข็งได้
ในทางธรณีวิทยา "รอยตีน"(Footprint) ศัพท์ธรณีวิทยาที่หมายถึง รอยเหยีบประทับของสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ไดโนเสาร์ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ผ่านกระบวนการเกิดร่องรอยซากดึกดำบรรพ์หรือ "รอยตีน" ที่กินระยะเวลายาวนานเช่นเดียวกับการกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์แบบอื่น
กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ไดโนเสาร์อย่าง "สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส" หรือไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดอื่น ๆ จะเดินล่าเหยื่อแล้วเหยียบลงหินจนเกิดรอยตีนในทันทีทันใด แต่กระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาที่เหมาะเจาะที่เมื่อหลายล้านปีก่อนมีสิ่งมีชีวิตเดินย่ำตามริมทางน้ำที่มีตะกอนดินอ่อนนุ่ม และใช้เวลาให้รอยพิมพ์แห้งและแข็งตัวก่อนที่ตะกอนชุดใหม่จะมาปิดทับอย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้รอยตีนถูกทำลายไปเสียก่อน
การเกิดรอยตีนไดโนเสาร์
1. ร่องรอยถูกประทับบนตะกอนที่เปียกชื้น และไม่ถูกทำลายหรือลบเลือน
2. เมื่อสภาวะอากาศแห้งขึ้นทำให้ตะกอนที่มีร่องรอยประทับรอยตีนแข็งตัวและคงรูปตามเดิมไว้
3. ตามริมทางน้ำธรรมชาติจะสะสมตะกอนอย่างช้าๆ และทับถมรอยตีนที่แข็งตัวแล้วโดยไม่ทำลายร่องรอยเดิม ก่อนจะสะสมตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไปมีตะกอนพัดพามาทับถมปิดรอยเหล่านี้แต่ละปี ทับถมเป็นชั้น ๆ และแข็งตัวจนกลายเป็นหินตะกอนในหลายล้านปีต่อมา
4. เวลาต่อมา กระบวนการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้ชั้นหินตะกอนเหล่านี้ถูกยกตัวขึ้นมาเป็นภูเขาสูง และถูกกัดเซาะโดยฝนและทางน้ำในปัจจุบัน บ้างก็กัดเซาะทำลายตะกอนที่ปิดทับเป็นรอยหล่อ (cast) ออกไป จน ทำให้ชั้นหินที่มีรอยพิมพ์ (mold) ที่มีรอยตีนไดเสาร์ประทับอยู่เผยขึ้นมาบนผิวโลกให้เห็นในยุคปัจจุบัน
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นรอยไหนคือ "รอยตีน"
รอยตีนไดโนเสาร์จะปรากฏลักษณะนิ้วชัดเจนและมีส่วนท้ายเป็นส้น ซึ่งนักธรณีวิทยาจะเปรียบเทียบรอยตีนที่บริเวณปลายนิ้ว หากมีลักษณะแหลมคมเหมือนกรงเล็บ และมีปลายนิ้วแยกออกเป็นนิ้วชัดเจนก็คาดว่าเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์กินเนื้อ
ซากดึกดำบรรพ์ประเภทรอยชีวินอย่างรอยตีนเป็นส่วนหนึ่งของการ คำนวนรูปร่างกายวิภาค และการศึกษา”พฤติกรรม”ของสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ทั้งยังบอกได้ถึงพฤติกรรมส่วนตัว เช่น จังหวะก้าวเดิน ระยะห่าง-ความเร็ว ลากหางหรือยกหาง พฤติกรรมกลุ่มอย่าง การอยู่อาศัย การหาอาหาร อยู่กันเป็นฝูง การล่าเหยื่อ หรือแม้กระทั่งการบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์แหล่งที่อยู่อาศัยในอดีต
เพื่อให้เกิดการคุ้มครอง อนุรักษ์ และพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ ซากดึกดำบรรพ์และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 กรมทรัพยากรธรณีมีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการบริหารจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี ในด้านการพัฒนาเผยแพร่องค์ความรู้และบริการข้อมูลวิชาการด้านธรณีวิทยา ทรัพยากรธรณีชากดึกดำบรรพ์ อนุรักษ์ตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์รวมทั้งสำรวจรายละเอียดด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ต่อไป
อ้างอิงข้อมูล กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2, กรมทรัพยากรธรณี, เฟซบุ๊ก นี่ตัวอะไร
อ่านข่าว
ปส.รวบ 2 มดงาน ขนยาบ้า 3.96 แสนเม็ด
"อนุทิน" ดันเมกะโปรเจ็กต์น้ำ ลั่นไม่แบ่งพรรค มุ่งช่วยประชาชน
