ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รมต.ค่ายสีน้ำเงิน

การเมือง
15:36
จำนวนผู้ชม 239
Thai PBS
ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รมต.ค่ายสีน้ำเงิน
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (8 ต.ค.2569) พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ สส. พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จำนวน 5 พรรค ยกเว้นพรรคกล้าธรรม ลงชื่อ 145 คน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ในข้อกล่าวหาซึ่งเอกสารมีความยาว 7 หน้ากระดาษ

ประกอบไปด้วย

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

7.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

9.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

11.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี

14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

18.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำงานร่วมกัน รวบรวมเป็นกรอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงิน กำลังกินรวบประเทศนี้อยู่

พวกเรามองว่าระบอบสีน้ำเงิน เป็นศัตรูและเป็นอาชญากรรม ต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา หรือกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบ อย่างเช่นองค์กรอิสระ ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกง สว., ทุจริตสอบท้องถิ่น, ปัญหาวิกฤตประชาชน การบริหารจัดการน้ำท่วม ล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหล่านี้ทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า เนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น เรื่องการฮั้ว สว. อาจไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี หากประธานวินิจฉัยว่า ไม่สามารถนำมาอภิปรายได้ จะดำเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ประธานสภา คงเส้นคงวากับคำพูดของตนเอง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็น

ส่วนหลักเกณฑ์ในการอภิปรายรัฐมนตรีอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยหลักคือมองเรื่องหลักฐานและใบเสร็จที่เห็นชัด ครั้งนี้การอภิปราย เราอภิปรายต่อระบอบสีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย หลักเกณฑ์ทั้งหมด จึงเชื่อมั่นต่อพยานหลักฐานที่มี

เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหานั้นเพียงพอต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการเอาผิดแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายถ่วงดุลตรวจสอบ ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดหลังการอภิปราย เราจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อใช้เอาผิดกับรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นในการลงมติ ต้องเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องอย่าลืมว่า สส.ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อดูพยานหลักฐานที่พวกเราเปิดเป็นรายบุคคล อยากให้เราทำหน้าที่ในการลงมติอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนจะมีการสื่อสารไปยังพรรคกล้าธรรม เนื่องจากสถานะยังก้ำกึ่งและยังเป็นฝ่ายค้านอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติ หลายคนพอจะเห็นและเข้าใจ ว่าสาเหตุใดที่ญัตตินี้ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคกล้าธรรม ต้องชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมลงชื่อในญัตตินี้มีทั้งหมด 145 คน

เมื่อถามว่า จะมุ่งเป้าการอภิปรายที่เรื่องฮั้ว สว.เป็นหลักใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูทั้ง 18 รายชื่อ ว่า มีรายบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนของคดีโกง สว.ดังนั้นจึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องฮั้ว สว.อย่างเดียว อะไรที่เป็นวิกฤตของประชาชน และอะไรที่ขั้วตรงข้ามต่อประชาธิปไตย การใช้อำนาจในทางมิชอบต่าง ๆ ล้วนอยู่ในเนื้อหาที่จะอภิปรายทั้งสิ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำงานในสภาคือการตีแผ่ความจริง แม้ตั้งความหวังได้ไม่เท่าไหร่ แต่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องเรียกร้องในการใช้อำนาจนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะจะเป็นฝ่ายค้านหรือสภา เห็นข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้ง 18 รายชื่อนี้ ที่ฝ่ายค้านในชั้นที่ตรวจสอบ อยากให้รอดูวิธีการลงมติว่า เป็นการอภิปรายจริง ว่า สส.แต่ละพรรคลงมติอย่างไร เราเตรียมกรอบญัตตินี้มา ตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลัก

ซึ่งอย่างแรกต้องมีหลักฐานที่มีน้ำหนัก และเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอ ดังนั้นทั้ง 18 รายชื่อนี้ ยืนยัน ผ่านทั้ง 2 หลักเกณฑ์นี้ อันนั้นการยื่นญัตติในครั้งนี้ จึงเป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด

ส่วนการอภิปรายที่จะมีถึง 18 คนจะไม่หลุดโฟกัสหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าดูที่ตัวเนื้อหาเป็นหลัก ถ้ามีการกระทำผิดโดยใช้อำนาจมิชอบจริง ก็ต้องมีการตรวจสอบทุกคน ไม่ว่าจะมีกี่คนก็ตาม

ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสำคัญสูงสุด ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปราย กับคณะทำงานของฝ่ายค้าน แม้จะไม่มีจำนวนญัตติครบทั้ง 18 คน แต่มีอยู่จำนวนหนึ่งที่ยื่นพบชุดข้อมูล ที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี ที่ผิดพลาดบกพร่อง ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวก

สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ทุกคนพรรคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายสามารถยืนยันได้ด้วยชุดข้อมูล ที่มีการตรวจสอบว่าพบความเสียหายจริง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 5 วันในการอภิปราย จึงฝากไปถึงรัฐบาล ว่า 18 คน ถือว่าเยอะมากที่สุดครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานสภา

จากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กรอบเวลาการบรรจุญัตติตามกฎหมายมีเวลา 14 วัน เบื้องต้นพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้าน ต้องการที่จะอภิปรายในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ และยืนยันว่า ขั้นตอนการตรวจสอบญัตติจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ก่อนจะเสนอให้ครม.กำหนดวัน เพื่อบรรจุวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนการพิจารณาเนื้อหาในญัตติเกี่ยวกับอภิปรายประเด็นโยงคดีฮั้ว สว.หากเรื่องใดผูกพันกับรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ก็สามารถที่จะพูดได้ ซึ่งการอภิปรายต้องอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ของผู้อภิปรายสามารถพูดได้

ผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องยึดข้อบังคับ เพื่อให้การบริหารการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากประธานสภาเองไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก เพราะฉะนั้นยึดแนวตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ให้เป็นไปตามข้อบังคับไม่เอนเอียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงของฝ่ายค้าน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค มาร่วมนั่งฟังการแถลงยื่นญัตติของฝ่ายค้านด้วย

ศุภจี​ ยินดี​ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ มองเป็นโอกาสชี้แจงประชาชน

พรุ่งนี้ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล ตาม ม.151 เล็ง 10 รัฐมนตรีโยงคดีฮั้ว สว.

"ณัฐพงษ์" จี้รัฐบาลกางแผนระบายน้ำด่วน ซัดขาดเอกภาพแก้ภัยพิบัติ