เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
สทนช.ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 10-12 ต.ค.ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง-น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า-ดินถล่ม
ภาคเหนือ
- จ.น่าน (อ.ทุ่งช้าง)
ภาคกลาง
- กรุงเทพมหานคร (เขตหนองแขม บางแค และบางบอน)
- จ.สมุทรสาคร (อ.กระทุ่มแบน)
ภาคตะวันออก
- จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง และแกลง)
- จ.จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ ขลุง และมะขาม)
- จ.ตราด (อ.เมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่)
ภาคตะวันตก
- จ.สมุทรสงคราม (อ.เมืองสมุทรสงคราม อัมพวา และบางคนที)
- จ.กาญจนบุรี (อ.เมืองกาญจนบุรี ไทรโยค และด่านมะขามเตี้ย)
- จ.ราชบุรี (อ.เมืองราชบุรี จอมบึง ปากท่อ บ้านคา และสวนผึ้ง)
- จ.เพชรบุรี (อ.เมืองเพชรบุรี ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน และบ้านแหลม)
- จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก และบางสะพาน)
ภาคใต้
- จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแม ทุ่งตะโก ท่าแซะ และสวี)
- จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง ละอุ่น กระบุรี และกะเปอร์)
- จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พนม ดอนสัก เกาะพะงัน เกาะสมุย บ้านตาขุน บ้านนาสาร เคียนซา กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ ท่าชนะ พระแสง ชัยบุรี และวิภาวดี)
- จ.นครศรีธรรมราช (อ.ช้างกลาง สิชล ทุ่งสง ขนอม ทุ่งใหญ่ ฉวาง บางขัน ลานสกา นาบอน พรหมคีรี และพิปูน)
- จ.พังงา (อ.เมืองพังงา ทับปุด ตะกั่วป่า กะปง ตะกั่วทุ่ง คุระบุรี และท้ายเหมือง)
- จ.ภูเก็ต (อ.เมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้)
- จ.กระบี่ (อ.เมืองกระบี่ เหนือคลอง คลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก เกาะลันตา ลำทับ และเขาพนม)
- จ.ตรัง (อ.เมืองตรัง กันตัง ห้วยยอด ย่านตาขาว วังวิเศษ สิเกา ปะเหลียน และหาดสำราญ)
- จ.พัทลุง (อ.ป่าบอน กงหรา เมืองพัทลุง ศรีบรรพต และตะโหมด)
- จ.สตูล (อ.เมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ)
- จ.สงขลา (อ.หาดใหญ่ สะเดา คลองหอยโข่ง รัตภูมิ นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย)
- จ.ยะลา (อ.ยะหา กาบัง เมืองยะลา รามัน กรงปินัง บันนังสตา เบตง และธารโต)
- จ.นราธิวาส (อ.เมืองนราธิวาส เจาะไอร้อง รือเสาะ สุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง ยี่งอ บาเจาะ ระแงะ สุไหงโก-ลก และสุคิริน)
เฝ้าระวังอ่างขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง
- อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี
- อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
- อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
- อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จ.น่าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง
เฝ้าระวังแม่น้ำสายหลัก-ลำน้ำสาขา ล้นตลิ่ง-ท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ
- แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี
- แม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
- คลองพระสะทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว
- แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี
- แม่น้ำตราด จ.ตราด
- แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
- แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี
- คลองบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
สทนช.ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ วางแผนและปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น-ลงของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้ทราบล่วงหน้า
เตือน 23 จังหวัดและ 3 เขตใน กทม.เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ท่วมขัง 10-12 ต.ค.
อ่านข่าว :
ปรับลดระบายน้ำเขื่อนใหญ่หลายแห่ง หน่วงน้ำช่วยพื้นที่ตอนล่าง
GISTDA เผยน้ำท่วม 45 จังหวัด รวมพื้นที่กว่า 5.12 ล้านไร่ นาข้าวเสียหาย 6.21 แสนไร่
สภาพอากาศวันนี้ ภาคใต้ฝนตกหนักเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ไทยตอนบนฝนลดลง
