วันนี้ (6 ต.ค.2569) CNN รายงาน ทางการรัสเซียยกระดับมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโรคในแคว้นอีร์คุตสค์ หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคอีร์คุตสค์ เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัสเซียระบุว่า ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างครอบคลุม ขณะที่พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเมืองเชเลคอฟ ทางตะวันออกของรัสเซียใกล้ชายแดนมองโกเลีย ทำให้ทางการท้องถิ่นเร่งติดตามผู้ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดและเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการด้านสาธารณสุข
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การปิดโรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษา โดยหอผู้ป่วยในของโรงพยาบาลดังกล่าวถูกนำเข้าสู่ระบบกักกัน ขณะที่แผนกหลายแห่งหยุดรับผู้ป่วยรายใหม่และระงับการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายภายในสถานพยาบาล
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า โรงพยาบาลอื่นในพื้นที่ก็ถูกปิดหรือเพิ่มมาตรการควบคุมเช่นกัน สะท้อนว่าทางการกำลังใช้แนวทางจำกัดการเคลื่อนย้ายและเฝ้าระวังเชิงรุก แม้ยังไม่มีข้อสรุปว่าการติดเชื้อดังกล่าวเกิดจากโรคใด
แม็กซิม โมดิน นายกเทศมนตรีเขตเชเลคอฟสกี ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินมาตรการด้านระบาดวิทยาอย่างครอบคลุม โดยผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการตรวจและประเมินทางการแพทย์ ขณะเดียวกัน ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ยังไม่มีการรายงานว่า พบเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยติดโรคติดเชื้อแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่ามีการเชื่อมโยงของผู้ป่วยหรือเหตุการณ์ติดเชื้อเพิ่มเติมหรือไม่
มาตรการควบคุมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโรงพยาบาล โดยทางการท้องถิ่นยังยกเลิกกิจกรรมทำความสะอาดชุมชนประจำปีที่กำหนดจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่โรงงานอะลูมิเนียมในพื้นที่ใกล้กับสถาบันวิจัยได้ขอให้พนักงานสวมหน้ากากเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน แม้ผู้บริหารโรงงานจะยอมรับว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกันเผยแพร่ออกมา และเรียกร้องให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง ไม่ตื่นตระหนกกับข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
คุมชายแดนเข้ม หลังรัสเซียประกาศยกระดับ
นอกจากมาตรการภายในประเทศแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของรัสเซียก็เริ่มเพิ่มระดับการเฝ้าระวังเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขของคาซัคสถานระบุว่า แม้ประเมินความเสี่ยงไว้ในระดับ "ต่ำมาก" แต่ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้เพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยและการควบคุมกักกันตามจุดผ่านแดนของประเทศ
ขณะที่อุซเบกิสถานเพิ่มความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือโรคติดเชื้อรุนแรง ส่วนคีร์กีซสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากอีร์คุตสค์ราว 1,500 ไมล์ หรือประมาณ 2,400 กม. และไม่มีพรมแดนทางบกร่วมกับรัสเซีย ก็ประกาศใช้มาตรการควบคุมกักกันบริเวณจุดผ่านแดนเช่นกัน
อเล็กซานเดอร์ เชปูร์นอฟ นักไวรัสวิทยาในไซบีเรีย อธิบายว่า ขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติเป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อต่อเนื่อง โดยหากมีบุคลากรหรือบุคคลใดถูกสงสัยว่าสัมผัสเชื้อ จะต้องรายงานทันที เข้าสู่กระบวนการกำจัดการปนเปื้อน รับการประเมินทางการแพทย์ และแยกตัวในสถานที่เฉพาะตามระยะเวลาที่อาจยังมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้ แนวทางดังกล่าวทำให้การกักกันและติดตามผู้สัมผัสกลายเป็นมาตรการหลักในช่วงที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการเจ็บป่วย
WHO ประเมินเสี่ยงประชาชนต่ำ
ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า กำลังติดต่อกับหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซีย เพื่อยืนยันเหตุการณ์ สถานการณ์แวดล้อมของผู้ป่วย ตลอดจนการตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลการตรวจที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยจากข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการ ที่มีอยู่ในขณะนี้ WHO ประเมินว่า ความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม WHO ยังติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากรัสเซีย เนื่องจากรายละเอียดสำคัญของเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
รัฐบาลรัสเซียเองก็พยายามควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ประชาชนควรยึดข้อมูลจากหน่วยงานทางการของรัสเซียเป็นหลัก แทนการติดตามข่าวลือหรือการคาดเดา
ขณะที่แอนนา โปโปวา หัวหน้าหน่วยงาน Rospotrebnadzor ซึ่งรับผิดชอบด้านโรคติดเชื้อของรัสเซีย เดินทางไปยังอีร์คุตสค์เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการระบาดระดับภูมิภาค หลังมีรายงาน "ผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออันตรายเป็นพิเศษ" ในพื้นที่
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับกาฬโรค ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กาฬโรคปอดเป็นโรครุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษา แต่ไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายในลักษณะเดียวกับโรคทางเดินหายใจ เช่น โควิด-19
ผู้ติดเชื้อจำเป็นต้องได้รับเชื้อแบคทีเรียในปริมาณสูงจึงมีโอกาสป่วย และกาฬโรคยังสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากตรวจพบและรักษาอย่างรวดเร็ว อาการของกาฬโรคปอดอาจประกอบด้วยไข้ ปวดศีรษะ อ่อนแรง ตามด้วยปอดอักเสบที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอ และในบางกรณีมีเสมหะเป็นเลือดหรือมีลักษณะเป็นน้ำ
แองเจลา ราสมุสเซน นักไวรัสวิทยาจาก Vaccine and Infectious Disease Organization หรือ องค์กรวัคซีนและโรคติดต่อ ระบุว่า ในบางพื้นที่ของไซบีเรียมีโรคกาฬโรคหมุนเวียนอยู่ในสัตว์ป่า โดยสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคอีร์คุตสค์ ซึ่งมีนักวิจัยประมาณ 95 คน ขณะที่อดีตหัวหน้า Rospotrebnadzor ระบุว่า การติดเชื้อในอีร์คุตสค์มีแนวโน้มมากกว่าว่าจะไม่ใช่กาฬโรค และแม้จะได้รับการยืนยันในภายหลัง ก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง
ด้านสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มาร์โก รูบิโอ รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ยังไม่คิดว่าสถานการณ์เป็นเหตุให้ต้องตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือหากรัสเซียเผชิญปัญหาด้านโรคติดเชื้อดังกล่าว โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ทางการรัสเซียเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว เนื่องจากรายละเอียดของเหตุการณ์หลายส่วนยังไม่ได้รับการยืนยัน
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-กลาง-ตะวันออกฝนหนัก ระวังลมกระโชก-ลูกเห็บ
สธ.ติดตามกรณี "กาฬโรคปอด" ในรัสเซีย ประเมินความเสี่ยงนำเข้าเชื้อสู่ไทยอยู่ในระดับ "ต่ำ"
กทม.โยกเครื่องสูบน้ำ เร่งกู้ฝั่งตะวันออก ห่วง “หนองจอก” น้ำยังสูง
