"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

เศรษฐกิจ
16:18
จำนวนผู้ชม 76
Thai PBS
"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (24 ก.ย.2569) ความคืบหน้าแผนการเดินหน้าเปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จากรถระบบสันดาป ทั้งน้ำมันและก๊าซ เป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ระบุว่า รถเมล์ EV ชุดแรกจำนวน 1,520 คัน จะทยอยส่งมอบในปี 2570

แบ่งเป็น 500 คันภายในสิ้นเดือน มี.ค. อีก 500 คันภายในสิ้นเดือน เม.ย. และอีก 520 คันภายในสิ้นเดือน พ.ค. ก่อนที่รัฐบาลจะผลักดันให้จัดหาเพิ่มอีก 800 คัน เพื่อให้การให้บริการรถโดยสารของ ขสมก. ในปี 2570 เปลี่ยนเป็นรถ EV ทั้งหมด

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

โดยการเปลี่ยนมาใช้รถ EV นอกจากลดการปล่อยมลพิษแล้ว ยังช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก. โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและต้นทุนพลังงาน เนื่องจากรถส่วนหนึ่งเป็นระบบเช่า ซึ่งเมื่อรถมีปัญหาไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการซ่อมในลักษณะเดิม ขณะที่ต้นทุนพลังงานไฟฟ้ามีความผันผวนน้อยกว่าน้ำมันและก๊าซ

ส่วนประเด็นค่าโดยสารสำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ยังอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแบบกลไกช่วยเหลือให้เหมาะสม หลังรถเมล์ร้อนทยอยหมดไป โดย ขสมก. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลการใช้บริการ เพื่อให้สามารถแยกกลุ่มผู้โดยสาร และออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า บทบาทของ ขสมก. และระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรจากประชาชน แต่ต้องทำหน้าที่ให้บริการและช่วยลดภาระค่าเดินทาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันการลดต้นทุนการดำเนินงานจะช่วยลดจำนวนเงินที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนในอนาคต

ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า เตรียมเปิดประมูลจัดหารถโดยสารใหม่ 2,320 คัน ช่วงต้นปีงบประมาณ 2570 หรือประมาณเดือน ต.ค.2569 ถึง ม.ค.2570 วงเงินประมาณ 8,400 ล้านบาท เพื่อทยอยทดแทนรถเก่าที่มีต้นทุนซ่อมบำรุงสูง ทั้งรถครีมแดง ครีมน้ำเงิน และรถส้มแดวู

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรถจะไม่ใช่การปลดรถเก่าทั้งหมด โดย ขสมก. จะนำรถที่ยังมีสภาพดีมาให้บริการต่อ ทั้งรถ NGV สีส้ม 323 คัน และรถ Hino 486 คัน ขณะที่ความต้องการใช้รถในระบบอยู่ที่ประมาณ 3,000 คัน

ขสมก. ประเมินว่า หากรถใหม่เข้ามาให้บริการเต็มรูปแบบ จะลดค่าเหมาซ่อมจากเดิมประมาณ 1,800–2,000 ล้านบาทต่อปี เหลือประมาณ 1,500 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะลดลงได้ประมาณ 60% เหลือราว 800 ล้านบาท

ทำให้ ขสมก. คาดว่าจะลดภาระต้นทุนได้เกือบ 4,000 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันที่มีผลขาดทุนเฉลี่ยประมาณ 7,000–8,000 ล้านบาทต่อปี

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

"พิพัฒน์" เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV 2,320 คัน ลดต้นทุน ขสมก.

นอกจากการปรับกองรถแล้ว ขสมก. ยังเตรียมปรับโครงสร้างบุคลากร โดยจะ Upskill และ Reskill พนักงานเก็บค่าโดยสาร ให้สามารถทำหน้าที่พนักงานขับรถได้ เพื่อรองรับรูปแบบการเดินรถใหม่ และลดต้นทุนบุคลากรในระยะยาว

ด้านฐานะการเงิน ขสมก. ยังมีหนี้สะสมประมาณ 1.5 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างบริหารโครงสร้างหนี้ โดยมีการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย

เป้าหมายของการปรับทั้ง กองรถ ต้นทุน บุคลากร และโครงสร้างหนี้ คือการลดภาระทางการเงินขององค์กร และผลักดันให้ EBITDA ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย กลับมาอยู่ที่ระดับศูนย์ภายในปี 2573

สำหรับการประมูลรถใหม่ ขสมก. ระบุว่าจะเปิดให้ผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความโปร่งใส และตั้งเป้าประกอบและทยอยส่งมอบรถได้ภายในช่วงปลายปี 2570

อ่านข่าว :

ปิดตำนานรถเมล์ร้อน 8 บาท ขสมก. รอรับมอบรถเมล์ EV คาดเริ่มใช้ มี.ค.70

ขสมก.เปลี่ยนผ่าน EV 1,520 คัน พลิกโครงสร้างต้นทุน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ "อู่"

“พิพัฒน์” เดินหน้าตั๋วร่วม 17- 45 บาท คาดเริ่มใช้ช่วงปีใหม่ 2570