ครบ 2 ปี "หมอบุญ" ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

อาชญากรรม
16:22
จำนวนผู้ชม 291
Thai PBS
ครบ 2 ปี "หมอบุญ" ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

ปลายเดือนก.ย. 2569 จะครบ 2 ปีที่ “หมอบุญ” หรือ นพ.บุญ วนาสิน อดีตประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ได้หลบหนีออกนอกประเทศ หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นพ.บุญ และพวกรวม 16 คน เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2568 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน คดีหลอกลงทุนโครงการทางการแพทย์ มูลค่าเสียหายกว่า 16,100 ล้านบาท ผู้เสียหายจำนวน 605 ราย

แม้คดีนี้จะมีอายุความถึง 15 ปี หลัง "หมอบุญ" ผู้ต้องหาหายตัวไป มีปรากฏข้อมูลเพียงว่า อาจจะหนีเข้าไปพักอาศัยอยู่ในประเทศจีน และยังไม่พบความเคลื่อนไหวอื่นใดอีก ส่วนการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายนั้น ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เคยตรวจสอบเส้นทางการเงิน และมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ไว้มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และได้ส่งต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ยึดอายัดทรัพย์ที่ตามได้

ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

หากย้อนปฐมบทของคดีดังกล่าว เหตุเกิดในหลายพื้นที่เมื่อปี 2553 จนถึงวันที่ 15 ธ.ค.2567 ต่างกรรมต่างวาระ เช่น แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง, แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน โดยพฤติการณ์แห่งคดีพบว่า นพ.บุญกับพรรคพวก ชักชวนประชาชนร่วมลงทุนในรูปแบบสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อใช้ในโครงการทางการแพทย์ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก

สำหรับโครงการที่อ้างว่าจะระดมทุนลงทุนธุรกิจทางการแพทย์ 5 โครงการ ประกอบด้วย

  • โครงการสร้างศูนย์มะเร็งย่านปิ่นเกล้า พื้นที่ 7 ไร่ งบประมาณลงทุน 4,000 ล้านบาท
  • โครงการเวลเนสเซ็นเตอร์ ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างที่พักอาคารสูง 52 ชั้น รองรับผู้สูงอายุ 400 ห้อง งบประมาณลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท
  • โครงการโรงพยาบาลในลาว 3 แห่ง แบ่งเป็นเวียงจันทน์ 2 แห่ง จำปาสัก 1 แห่ง
  • โครงการเข้าร่วมทุนกับโรงพยาบาลในเวียดนาม งบประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท
  • โครงการสร้าง Medical intelligence ทำหน้าที่ด้านไอที ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท
ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการเสนอแผนการระดมเงินทุน ในรูปแบบการกู้ยืมเงินจากประชาชนทั่วไป จำนวน 6 แผนการลงทุน ดังนี้

  • การให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) โดยออกเช็คชำระหนี้ และมีบุคคลอาวัลเช็คและมีผู้ค้ำประกัน (กู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) กำหนดให้ผลตอบแทน ร้อยละ 8.5-15 ต่อปี
  • การให้กู้ยืมเงินโดยอ้างว่าจะนำหุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มามอบให้ผู้ให้กู้ โอนหุ้นให้ผู้ให้กู้) ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 7-12 ต่อปี
  • การให้กู้ยืมเงินโดยอ้างว่าจะนำหุ้น หรือ เช็คมาค้ำประกัน (จำนำหุ้น) หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 7-12 ต่อปี
  • การให้กู้ยืมเงินโดยมีบุคคลหรือนิติบุคคลมาค้ำประกันให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 8.5-15 ต่อปี
  • การให้กู้ยืมเงินโดยนำใบหุ้นสามัญของบริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THG มาค้ำประกัน โดยมอบให้ผู้ให้กู้ถือครองไว้ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 7-12 ต่อปี
  • การร่วมลงทุน หุ้นไอพีโอ (IPO) หุ้นที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยอ้างว่าจะมอบหุ้นของบริษัทโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จำกัด ให้ผู้ให้กู้ โดยให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 5-8 ต่อปี
ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

ครบ 2 ปี “หมอบุญ” ยังล่องหน ปปง.ยึดเพิ่มอีก 1,799 ล้านบาท

แต่สุดท้ายไม่มีโครงการจริง ไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ และมีการสั่งจ่ายเช็คเด้ง กระทั่งนำไปสู่การดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอและป.ป.ง. ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2568 อัยการได้มีสั่งฟ้อง “หมอบุญ” กับ พวกรวม 16 คนในคดีฉ้อโกง และเป็นที่มาของคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินของ ป.ป.ง. จำนวน 2 ครั้ง คือ

ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 บอร์ด ปปง. มีมติให้ยึดคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจำนวน 370 รายการ เช่น เงินสด ที่ดิน หุ้น ยานพาหนะ เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท (ตามคำสั่ง ย.159/2568) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568

ล่าสุด ปปง.ได้สืบสวนขยายผลตรวจสอบพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมจำนวนมาก และในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม หรือบอร์ดปปง. ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2569 ได้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 286 รายการ ประกอบด้วย ยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย. 196/2569 รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้ง 2 ครั้ง จำนวน 2,203 บาท

ทั้งนี้ ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ปปง. ได้ประกาศกำหนดให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องฯ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งปัจจุบันครบกำหนด 90 วันแล้ว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมราย ชื่อ ผู้เสียหายและจำนวนความเสียหาย เพื่อพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหาย ตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

อ่านข่าว :

"อนุทิน" ย้ำคดีทุจริตสอบท้องถิ่นยังไม่จบ อายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ลบ.

ปปง. จ่อรับสำนวนคดี "อติโชติ" ลุยเช็กเส้นทางการเงินบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิ

ปปง.แจงยึดทรัพย์ "เล่าต๋า-พวก" รวม 131 ล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน