วันนี้ (16 ก.ย.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรค SFTS หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะ สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค ได้แก่ สุนัข แมว แพะ แกะ วัว ควาย หมู ไก่ หนู และสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ และยังพบในบริเวณใบหญ้า หรือบริเวณที่อาศัยของสัตว์ สามารถวางไข่ในรอยแตกปูน หรือดินชื้น ติดต่อสู่คนผ่านการถูกเห็บที่มีเชื้อกัดเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าติดต่อจากการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากสัตว์ที่ติดเชื้อหรือละอองฝอย จากผู้ติดเชื้อแต่พบน้อยมาก อาการหลังถูกเห็บกัดประมาณ 1–2 สัปดาห์ อาจมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย รวมถึงอาจพบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจมีเลือดออกผิดปกติ มีอาการทางระบบประสาท รวมถึงเกิดความผิดปกติของตับ ไต และอวัยวะหลายระบบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
“โรค SFTS เป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในผู้ป่วยบางคนมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ที่สำคัญอาการในระยะแรกอาจคล้ายกับโรคติดเชื้อทั่วไป เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลว ทำให้ผู้ป่วยอาจไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง”
สำหรับสถานการณ์โรค SFTS ในประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่ พ.ศ.2562–2569 พบผู้ป่วยสะสม 10 คน เสียชีวิต 5 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ในปี 2569 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 ก.ย.2569 พบผู้ป่วยสะสม 3 คน เสียชีวิต 2 คน อัตราป่วยตาย ร้อยละ 66.67 ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติเลี้ยงสัตว์ สัมผัสสุนัข แมว เคยถูกเห็บกัด หรือสัมผัสเห็บและบี้เห็บโดยตรง
ทั้งนี้ หากเลี้ยงสุนัขหรือแมว ควรหมั่นตรวจหาเห็บ อาบน้ำและใช้ยากำจัดเห็บให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทำความสะอาดที่อยู่สัตว์เลี้ยงและบริเวณบ้านเป็นประจำ ไม่ควรใช้มือเปล่าจับ บี้ หรือดึงเห็บโดยตรง หากสัมผัสเห็บให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที
หากต้องสัมผัสสัตว์ที่มีเห็บควรสวมถุงมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์โดยตรง ใช้ยาควบคุมเห็บบริเวณฟาร์ม หรือพื้นที่เกษตร ระมัดระวังอย่าให้ถูกเห็บกัด โดยสวมเสื้อผ้ามิดชิด และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที หลังกลับจากฟาร์มหรือบริเวณที่มีเห็บ ตรวจดูตามร่างกาย โดยเฉพาะใต้วงแขน ในและรอบใบหู สะดือ หลังเข่า หนังศีรษะและเส้นผม ระหว่างขา และรอบเอว ที่เห็บมักเกาะ
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเอง หากมีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะภายหลังถูกเห็บกัดหรือมีประวัติสัมผัสสัตว์ที่มีเห็บภายใน 2 สัปดาห์ และมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย จุดเลือดออก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการถูกเห็บกัดหรือการสัมผัสสัตว์ให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยของตนเองและสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ เพี่อลดโอกาสสัมผัสเห็บ พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
อ่านข่าว :
บุกจับ "ชาวจีน" ใช้คนไทยถือทรัพย์ 600 ล้าน - ให้ลูกสวมบัตรคนตาย
ประกาศขึ้น "ธงแดง" เตือนระวังน้ำท่วมเทศบาลเมืองหล่มสัก
จีน-สหรัฐฯ เมินคำเตือน เดินหน้าพัฒนา AI แม้เสี่ยงควบคุมไม่อยู่
