วันนี้ (10 ก.ย.2569) CNN รายงานว่า นครนิวยอร์กได้ดำเนินการเปิดเผยเอกสารความยาวกว่า 170,000 หน้า ซึ่งเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานานถึง 25 ปี ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ให้ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับระดับความปลอดภัยของสภาพอากาศที่เป็นพิษภายหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 ก.ย.2544 หรือ 9/11 บริเวณเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่ชาวอเมริกันจะร่วมรำลึกวาระครบรอบ 25 ปี ของโศกนาฏกรรมดังกล่าว ซึ่งเอกสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดเผยให้เห็นถึงสเกลความสูญเสีย และผลกระทบทางสุขภาพที่ตามมาในภายหลัง แต่ยังช่วยให้สาธารณชนเข้าใจถึงวิธีการที่ทางการนิวยอร์กรับมือกับสถานการณ์หลังตึกถล่ม ในความพยายามที่จะเร่งฟื้นฟูและเปิดใช้พื้นที่แมนฮัตตันตอนล่างอย่างเร่งด่วน
เอกสารระบุชัดเจนว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับกราวด์ซีโร (Ground Zero) ได้รับคำยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากเจ้าหน้าที่รัฐว่า สภาพอากาศนั้นปลอดภัย แม้ว่าข้อมูลภายในและประสบการณ์จริงของชาวบ้านจะชี้ให้เห็นในทางตรงกันข้ามก็ตาม
แฟ้มลับ 25 ปี บิดเบือนข้อมูลแลกเปิดเมือง
เอกสารที่ถูกนำมาเปิดเผยนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายงานคุณภาพอากาศที่ถูกจัดทำขึ้น แต่ประกอบไปด้วยบันทึกข้อความภายในที่สำคัญยิ่ง โดยมีบันทึกหลายฉบับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2544 ซึ่งตรวจพบระดับสารพิษที่สูงเกินมาตรฐานเป็นประจำ ทั้งแร่ใยหินและสารเคมีอันตรายที่ตรวจจับได้ยาก
นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยถึงความล้มเหลวในการปกป้องสุขภาพของเจ้าหน้าที่กู้ภัย การปกปิดข้อมูลแร่ใยหิน และการให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง
โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กคนปัจจุบัน ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา ผู้บริหารเมืองหลายยุคหลายสมัย ปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลที่ชาวนิวยอร์กสมควรได้รับ ประชาชนต้องล้มป่วย เพียงเพราะผู้นำที่พวกเขาเชื่อใจได้โกหก และบอกว่าการสูดดมอากาศพิษนั้นปลอดภัย
เอกสารอ้างถึงอดีตนายกเทศมนตรี รูดอล์ฟ จูลิอานี และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ยืนยันว่า อากาศปลอดภัย ทั้งที่มีบันทึกภายในจาก เคลลี แมคคินนีย์ รองกรรมาธิการสาธารณสุข ในวันที่ 6 ต.ค.2544 ที่เตือนว่า คุณภาพอากาศยังไม่เหมาะสมสำหรับการกลับเข้าอยู่อาศัย ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายจูลิอานีประกาศต่อสาธารณะว่า อากาศปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม นายจูลิอานีได้ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) เป็นผู้บอกว่าปลอดภัย และตนเองก็ป่วยเป็นโรคปอดจากเหตุการณ์ 9/11 เช่นกัน
สุขภาพถูกมองข้าม-ชะตากรรมไชนาทาวน์
ผลลัพธ์จากการปกปิดข้อมูลดังกล่าว นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ แม้จะมีผู้เสียชีวิตในวันเกิดเหตุเกือบ 3,000 คน แต่หลังจากนั้นมีประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหลายพันคน ที่ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง และอาการป่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ 9/11
ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนในโครงการ World Trade Center Health Program อย่างน้อย 140,000 คนจากทั่วประเทศ และมีถึง 49,000 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ 9/11 โดยโรคมะเร็งเพิ่งถูกรวมเข้าในสิทธิประโยชน์เมื่อปี 2555 หลังจากการต่อสู้อย่างหนักของกลุ่มนักเคลื่อนไหว
เอกสารยังระบุด้วยว่า ผู้อยู่อาศัยที่เชื่อคำกล่าวยืนยันของรัฐและกลับเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพรุนแรงเรื้อรัง เช่น เลือดกำเดาไหล ผื่นคัน ปวดศีรษะ หอบหืด และไอเรื้อรัง จากการสูดดมฝุ่นที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูงและกัดกร่อน
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ ชุมชนไชนาทาวน์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เอกสารระบุว่า ผู้อยู่อาศัยต้องเผชิญกับฝุ่นพิษที่หนาทึบภายในห้องพัก ส่งผลให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหล ผื่นคันตามผิวหนัง ปวดศีรษะ และโรคหอบหืดรุนแรง
โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กชาวอเมริกันเชื้อสายจีน แต่ทางการกลับล้มเหลวในการจัดหาเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาจีน ทำให้ประชาชนขาดความรู้เรื่องการทำความสะอาดอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังถูกกีดกันออกจากเงินทุนช่วยเหลือและเงินอุดหนุนการฟื้นฟูจากภาครัฐเนื่องจากข้อจำกัดด้านอาณาเขต
ทางด้านผู้แทนสหภาพแรงงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนครนิวยอร์ก ได้ออกมาแสดงความโกรธแค้นต่อการเปิดเผยเอกสารชุดนี้ โดย จิม โบรซี ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระบุว่า เอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้นำเมืองในขณะนั้นตัดสินใจเลือก "ความเสถียรทางเศรษฐกิจ" ของแมนฮัตตันตอนใต้ มากกว่าชีวิตและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและประชาชน โดยมีการวางแผนกันภายในเพื่อปกป้องครอบครัวของกลุ่มผู้บริหารเองไม่ให้สัมผัสฝุ่นพิษ แต่กลับปล่อยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยลงพื้นที่โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
ปิดปากเลี่ยงการฟ้องร้อง สู่การยอมรับความจริงในยุคปัจจุบัน
การนำเอกสารเหล่านี้ออกมาตีพิมพ์สู่สาธารณะ เป็นผลพวงมาจากการคลี่คลายคดีความที่กลุ่มพิทักษ์สิทธิ 9/11 Health Watch ได้ยื่นฟ้องร้องทางการเมืองนิวยอร์ก เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสและเร่งผลักดันให้รัฐบาลกลางมอบความช่วยเหลือและเริ่มการวิจัยผลลัพธ์ทางสุขภาพเพิ่มเติม
เอกสารชุดนี้ถูกค้นพบในสำนักงานของรัฐบาลเมืองเมื่อปี 2568 โดยถูกบรรจุอยู่ในกล่องถึง 68 กล่อง หนึ่งในเอกสารสำคัญที่ถูกเปิดเผยคือ "บันทึกฮาร์ดิง" ซึ่งถูกส่งถึงอดีตรองนายกเทศมนตรี โรเบิร์ต ฮาร์ดิง
บันทึกดังกล่าวได้ประเมินตัวเลขโจทก์ที่อาจยื่นฟ้องร้องเมืองได้ถึง 35,000 คน และคาดว่า จะมีผู้ยื่นคำร้องจริงราว 10,000 คน โดยแสดงความกังวลว่า หากคดีขึ้นสู่ชั้นศาล ผู้พิพากษาและคณะลูกขุน อาจเอนเอียงไปทางฝ่ายโจทก์ ซึ่งจะทำให้เมืองต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนมหาศาล เพื่อชดเชยการสูญเสียของบุคคลเหล่านั้น นำไปสู่การวางแผนหาทางเลือกทางนิติบัญญัติเพื่อจำกัดความรับผิดทางกฎหมายของเมือง
สตีฟ แบงก์ส ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ทางการไม่ควรกลัวที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง เพียงเพราะกังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง พร้อมยืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลสาธารณะชุดแรกนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และเมืองจะทยอยเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2570 พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อศาลตามข้อตกลงในคดีความ
นายกเทศมนตรีมัมดานีกล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นการยืนยันกับผู้ที่ต่อสู้เรียกร้องมาหลายปีว่า พวกเขาทำถูกต้องแล้วที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม และในที่สุดนครนิวยอร์กก็ยอมรับและก้าวตามทันความจริงที่ถูกเรียกร้องมาโดยตลอด ทุกเอกสารที่เผยแพร่บนฐานข้อมูลสาธารณะจะสามารถเข้าดูและดาวน์โหลดได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
อ่านข่าว :
น้ำมันรั่วไหล ถ.เชื้อเพลิง ตรวจ VOCs สูงสุด 626 ppm–LEL 2–18%
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "พระราชินี" ทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
