วันนี้ (9 ก.ย.2569) สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้สำนักงานแจ้งให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น พร้อมสนับสนุนการประชุมของกรรมการ กสทช.ที่เหลือ เพื่อเร่งเคลียร์ 148 วาระค้าง ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การผลักดันให้ กสทช. กลับมาเปิดประชุม จำเป็นต้องทำควบคู่กับการสร้างความชัดเจนเรื่องสถานะของผู้ทำหน้าที่ประธาน กสทช. เพราะการประชุมและการออกมติขององค์กรกำกับดูแลต้องมีความชัดเจน ทั้งเรื่องผู้ใช้อำนาจและกระบวนการตัดสินใจ
แม้ว่าวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น และให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติ ในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้นไว้พิจารณา แต่คดียังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป การรับคำฟ้องจึงยังไม่ใช่การชี้ขาดว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถูกหรือผิด
น.ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า อีกทั้งในคำสั่งศาลยังระบุว่า กรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก
น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่า การที่ นพ.สรณ ฟ้องคดีเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่ได้ทำให้การบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นหยุดลงโดยอัตโนมัติ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้สถานะการปฏิบัติหน้าที่มีความชัดเจน และแจ้งให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการเพื่อให้กรรมการที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้กลับมาประชุม ทั้งที่มีข้อกฎหมายรองรับการทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลือ สภาผู้บริโภคและเครือข่ายฯ จะพิจารณายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่
"วันนี้มีวาระจำนวนมากที่รอการพิจารณา เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และโดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ประเทศชาติจะเสียหายมหาศาล และหลายเรื่องกระทบผู้บริโภคโดยตรง หากกฎหมายเปิดทางให้กรรมการที่เหลือสามารถทำหน้าที่ได้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการให้เกิดการประชุม ก็จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่าเกิดจากเหตุใด หากยังไม่มีความชัดเจน เราจะพิจารณาใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อให้มีการตรวจสอบ" น.ส.สุภิญญา กล่าว
"ธนพันธุ์" ขอสำนักงานจัดประชุม 6 กรรมการ 9 ก.ย.
ขณะที่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้เร่งจัดประชุมกรรมการที่เหลือ 6 คนในวันที่ 9 ก.ย.นี้ เพื่อให้งานของ กสทช. กลับมาเดินหน้าต่อ โดยยกข้อกฎหมายว่า เมื่อเกิดกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่ง กฎหมายกำหนดให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ หากยังมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน
นอกจากนี้ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังยกหลักเรื่องผลของคำสั่งทางปกครอง โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ยังคงมีผลต่อผู้รับคำสั่งในระหว่างที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และเห็นว่าสำนักงาน กสทช. ควรจัดให้กรรมการที่เหลือสามารถประชุมและทำหน้าที่ต่อได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ได้รับแจ้ง และยังคงมีผลตราบเท่าที่ยังไม่ถูกเพิกถอนหรือสิ้นผล
พร้อมขอให้สำนักงานชี้แจงเหตุผล หากไม่ดำเนินการจัดประชุมภายในวันที่ 9 ก.ย. ซึ่งหากผู้เกี่ยวข้องยังเพิกเฉย ทั้งที่รับทราบข้อกฎหมายแล้ว อาจถูกตั้งคำถามถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และอาจมีการดำเนินการตามกฎหมาย
สมาคมทีวีดิจิตอลฯ ทวงโรดแมปทีวี ก่อนหมดปี 72
ด้าน นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุว่า การยื่นหนังสือถึงสำนักงาน กสทช.ในครั้งนี้ จะติดตามความคืบหน้าและทวงถามโรดแมปอนาคตทีวีดิจิทัลด้วย เนื่องจากใบอนุญาตปัจจุบันจะสิ้นสุดในเดือน เม.ย.2572 แต่ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่า หลังจากนั้นระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดินจะเดินต่อในรูปแบบใด
อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ระบุอีกว่า โรดแมปไม่ได้มีผลเฉพาะต่อการวางแผนของสถานีโทรทัศน์ แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจลงทุน และการผลิตเนื้อหาในช่วงเวลาที่เหลือก่อนหมดอายุใบอนุญาต ปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัลมีมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการบางส่วนลดการลงทุน ทั้งการผลิตละคร รายการวาไรตี้และข่าว หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ผลกระทบอาจส่งต่อไปถึงคุณภาพ และความหลากหลายของเนื้อหาที่ประชาชนได้รับ รวมถึงมีผลกระทบคนที่เกี่ยวข้อง และในอุตสาหกรรมโทรทัศน์กว่า 30,000-50,000 ตำแหน่ง
สมาคมฯ จึงต้องการเห็นทั้งกรอบเวลาและทิศทางที่ชัดเจนก่อนถึงปี 2572 ว่าทีวีดิจิทัลจะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเนื้อหาและประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทัน แทนที่จะปล่อยให้เวลาที่เหลืออยู่ หมดไปโดยยังไม่มีคำตอบ ทั้งนี้ การทวงถามโรดแมปทีวีดิจิทัล จึงเป็นอีกตัวอย่างของเรื่องที่ยังรอการตัดสินใจจาก กสทช. และสะท้อนเหตุผลที่สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ต้องการให้การประชุมของกรรมการกลับมาเดินหน้าต่อโดยเร็ว
อ่านข่าว :
จับได้อีก 2 ตัว "ปลาหมอคางดำ" ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์
"ไทยเที่ยวไทย พลัส" เคาะแจก 1 ล้านสิทธิ ช่วยค่าที่พัก 1,500 คูปองสูงสุด 2,000 บาท
อิสราเอลสั่งปิด "สถานกงสุลอังกฤษ" ในเยรูซาเล็ม ตอบโต้แบนสินค้านิคมชาวยิว
