จนท.ปรับแนวป้องกันหาดชลาทัศน์ จ.สงขลา หลังแนวเดิมกันคลื่นไมได้
สถานการณ์ลมมรสุมที่คาดว่า อาจจะพัดถล่มภาคใต้อีกครั้งในสัปดาห์หน้า ทำให้เทศบาลนครสงขลา ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการป้องกันชายหาดชลาทัศน์รูปแบบใหม่ หลังแนวป้องกันคลื่นแบบเดิม ไม่สามารถป้องกันคลื่นลมแรงได้ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือล่าสุดระดับน้ำลดลง จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เทศบาลนครสงขลาเร่งนำรถแบ็คโฮ ทำการซ่อมแซมแนวกันคลื่น บริเวณชายหาดชาลาทัศน์ ใกล้กับชุมชนเก้าเส้ง ในเขตเทศบาลนครสงขลา เนื่องจากแนวกันคลื่นเดิมที่ทำด้วยตะแกรงหิน และกระสอบทราย ไม่สามารถต้านทานแรงคลื่น จากมรสุมเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ขณะเดียวกันได้ปรับวิธีการทำแนวกันคลื่นใหม่ ด้วยการนำก้อนหินขนาดใหญ่ฝังลงใต้ผืนทราย รองพลาสติกชนิดพิเศษอีกชั้น ก่อนจะฝังกลบทรายสู่สภาพเดิม โดยทดลองทำแนวกันคลื่นแบบดังกล่าวประมาณ 100 เมตร เพื่อรองรับคลื่นลม ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่านอกจากจะสามารถป้องกันแรงคลื่นได้แล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อทัศนียภาพด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาสขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ชาวชุมชนท่าประปา อำเภอสุไหงโกลก หลายครอบครัวยังไม่กล้านำสิ่งของกลับมาไว้ที่เดิม เนื่องจากทุกๆปีหลายชุมชน ที่ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำ มักถูกน้ำท่วมปีละ 2 - 3 ครั้ง
ขณะที่ริมตลิ่งแม่น้ำชีบริเวณบ้านหนองมะเกลือ ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องประสบปัญหาทรุดตัวเป็นทางยาวกว่า 300 เมตร หลังระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลงอย่างรวดเร็ว บางจุดเป็นหลุมลึก และกินบริเวณกว้างจนเกือบถึงตัวบ้าน ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง บางรายต้องขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือล่าสุดระดับน้ำลดลง จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่นที่เทศบาลเมืองยโสธร เจ้าหน้าที่และชาวชุมชนจากคุ้มต่างๆ ช่วยกันทำความสะอาดครั้งใหญ่ บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่ ที่เคยถูกน้ำท่วมสูง ทั้งนี้เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพ และปรับภูมิทัศน์ให้กลับมาสวยงาม
