วันนี้ (1 ก.ย.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ จ.สงขลา เฉพาะ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดต้นทุนการประกอบกิจการ รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และโรงงานจำพวกที่ 3 ทุกขนาดในพื้นที่ที่กำหนด โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ขยายโรงงาน ค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต รวมถึงค่าธรรมเนียมการแจ้งกรณีได้รับยกเว้นการขยายโรงงาน การลดหรือเพิ่มเครื่องจักรที่ไม่เข้าข่ายขยายโรงงาน การเพิ่มเนื้อที่อาคารหรือก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มขึ้น ตลอดจนค่าธรรมเนียมรายปีที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยกเว้นครั้งนี้เป็นการดำเนินมาตรการต่อเนื่องจากกฎกระทรวงฉบับเดิมที่สิ้นผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 จึงกำหนดให้ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 เพื่อไม่ให้เกิดช่วงว่างของมาตรการ โดยนับเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่และช่วยลดภาระต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ โดยร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถรักษากิจการไว้ในพื้นที่ ลดแรงจูงใจในการย้ายฐานการผลิต และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการขยายกิจการเพิ่มเติม
จากข้อมูลการใช้มาตรการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโรงงานจำพวกที่ 3 จำนวน 666 โรงงาน และโรงงานจำพวกที่ 2 จำนวน 17 โรงงาน รวม 683 โรงงาน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมประเมินว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 13.28 ล้านบาท แต่คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการรักษาฐานการผลิต การจ้างงาน และรายได้ของประชาชน
มาตรการนี้ไม่ได้มองเพียงเรื่องค่าธรรมเนียม แต่ต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ มีต้นทุนลดลง และมีความมั่นใจที่จะรักษาหรือขยายการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงการรักษางานและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ที่มีความเปราะบางเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยรัฐบาลต้องการให้ภาคการผลิตยังคงเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนยังคงลงทุนและประกอบธุรกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก่อนมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมไว้ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป
อ่านข่าว :
ครม.ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 3 ภัย 30 ล้านครัวเรือน
ครม.ดันโครงการ 5 จว.ชายแดนใต้ เดินหน้า 44 โครงการเร่งด่วน
"อนุทิน" ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ติดตามแผนเพิ่มความจุ รองรับน้ำป้องกันอุทกภัยหาดใหญ่
