คณะกรรมาธิการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น อัปเดตข้อมูลการคาดการณ์ความเสี่ยง "แผ่นดินไหว" ของประเทศ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 พบว่า มีพื้นที่ซึ่งประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นบริเวณภาคกลางตอนใต้ อาจเผชิญความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวใหญ่สูงถึง 60% ภายในอีก 30 ปีข้างหน้า
สถิติของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ชี้ว่า ประเทศญี่ปุ่นประสบเหตุแผ่นดินไหวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 - 2,000 ครั้งต่อปี หรือประมาณ 2-5 ครั้งต่อวัน สำหรับแผ่นดินไหวในระดับที่มนุษย์รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนได้ แต่หากรวมแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กที่ไม่รู้สึกตัว อาจสูงถึงหลายหมื่นครั้งต่อปี
ความเสี่ยงดังกล่าวอยู่บริเวณภูมิภาคคิงกิ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ "คันไซ" มีเมืองใหญ่ๆ ตั้งอยู่ทั้งโอซากา เกียวโต โกเบ ซึ่งภายในอีก 30 ปีข้างหน้า รอยเลื่อนของเปลือกโลกรอบๆ พื้นที่แถบนี้ อาจเป็นชนวนให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ขึ้นไป โดยมีความเป็นไปได้สูงถึง 50-60%
ญี่ปุ่นชี้ "คันไซ" เสี่ยงเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ในอีก 30 ปี
แต่ละพื้นที่ในคันไซเสี่ยงไม่เท่ากัน ผู้เชี่ยวชาญใช้การประเมินจากรอยเลื่อนมีพลัง 45 จุด ทั้งในและรอบๆ ภูมิภาค พบว่า พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคนี้ เสี่ยงเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ในอัตรา 30% ส่วนตรงกลางหรือที่เรียกว่าสามเหลี่ยมคิงกิ ความเสี่ยงสูง 40-60% และบริเวณคาบสมุทรคิอิ ความเสี่ยงอยู่ที่ 7% ขณะที่ความเสี่ยงโดยรวมคือ 50-60%
สถาบันสารสนเทศภูมิศาสตร์แห่งญี่ปุ่น และศูนย์วิจัยธรณีวิทยาแห่งชาติญี่ปุ่น พบว่า บนบกและแนวชายฝั่งของญี่ปุ่นมีรอยเลื่อนมีพลังที่ผ่านการสำรวจและยืนยันแล้วมากกว่า 2,000 แห่ง และหากนับรวมรอยเลื่อนย่อยหรือรอยเลื่อนใต้ทะเลรอบหมู่เกาะ คาดว่าจะมีรวมกันมากกว่าหลายพันแห่งทั่วประเทศ
เฉพาะภูมิภาคคันไซพบรอยเลื่อนมีพลังอยู่มาก อันเป็นผลจากการขยายตัวของทะเลญี่ปุ่นในช่วงที่หมูู่เกาะญี่ปุ่นก่อตัวขึ้น โอกาสเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแถบนี้จึงสูงไม่ต่างจากภูมิภาคคันโต ที่ตั้งของกรุงโตเกียว ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการวิจัยแผ่นดินไหวญี่ปุ่น ประเมินความเสี่ยงแผ่นดินไหวของคันไซเทียบเท่ากับแถบคันโตแล้ว
ญี่ปุ่นชี้ "คันไซ" เสี่ยงเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ในอีก 30 ปี
ในคันไซ จุดที่เคยเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงคือที่เมืองโกเบ โดยแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 1995 มีขนาด 7.3 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน ติดอันดับแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของญี่ปุ่น ส่วนที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อีกจุดหนึ่งคือที่เมืองทาคาซากิ ทางตอนเหนือของโอซากา เมื่อเดือน มิ.ย.2018 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 อยู่ลึกลงไปเพียง 13 กิโลเมตร
นอกจากการคาดการณ์ล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาแล้ว ในคันไซยังเคยมีการคาดการณ์เหตุแผ่นดินไหวใหญ่จากร่องลึกนันไก ความยาว 900 กิโลเมตร ซึ่งแผ่นเปลือกโลกทะเลฟิลิปปินส์มุดลงใต้แผ่นยูเรเชียปีละ 4-6 เซนติเมตร โดยนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 70-80% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ภายใน 30 ปีข้างหน้านี้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่า ทางการท้องถิ่นจะนำข้อมูลการประเมินล่าสุดนี้ไปประกอบแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติ เพื่อคาดการณ์ถึงจุดเสี่ยง และให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายจากรอยเลื่อนมีพลังบนแผ่นดิน นอกเหนือจากความเสี่ยงแผ่นดินไหวจากร่องลึกนันไก
ข้อมูลความเสี่ยงที่ประเมินล่าสุด เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินรอยเลื่อนมีพลังหลักๆ 114 จุดทั่วประเทศญี่ปุ่น ในฐานะประเทศหนึ่งที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวมากที่สุดในโลก และทุ่มงบลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทางการญี่ปุ่นยังมองว่าต้องยกระดับการเตรียมพร้อมเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่
อ่านข่าว :
นร.เนปาลสูญหาย 200 คน ยอดเสียชีวิตเหตุภัยพิบัติเพิ่มเป็น 794 คน
Google Maps เปลี่ยนชื่อ "ทะเลสาบออนแทรีโอ" เป็น "ทะเลสาบอเมริกา"
เรือโดยสารอับปางนอกชายฝั่งตอนเหนือไซปรัส เสียชีวิต 8 คน ยังสูญหาย 18 คน
