"พลพีร์-บิ๊กราญ" ทลายเครือข่ายนอมินีสมุยเฟส 7 พบผิดกฎหมาย 60 บริษัท

อาชญากรรม
12:20
จำนวนผู้ชม 674
Thai PBS
"พลพีร์-บิ๊กราญ" ทลายเครือข่ายนอมินีสมุยเฟส 7 พบผิดกฎหมาย 60 บริษัท
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (15 ส.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ พร้อมคณะแถลงผลการเปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7" ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

​การปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายขับเคลื่อนตรวจสอบการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย หรือเครือข่าย "นอมินี" ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าของประเทศจากกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ภายใต้การดำเนินงานสืบสวนเชิงลึกตามแนวทาง "เกาะพะงันโมเดล"

"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท

"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท

โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ได้ทำการวิเคราะห์ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ จำนวน 12,906 บริษัท ในจำนวนนี้มีนิติบุคคล ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวน 8,254 บริษัท และมีนิติบุคคลที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินี จำนวน 875 บริษัท

​เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองและวิเคราะห์จนพบกลุ่มเป้าหมายเข้าข่ายเป็นนิติบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยเป็นนอมินี รวมถึงบริษัทที่ช่วยเหลือในการจัดตั้งบริษัท จำนวน 61 บริษัท ครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท นำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน เป็นคนไทย 26 คน และบุคคลต่างด้าว 62 คน

พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ขอออกหมายค้น จำนวน 37 หมาย และหมายจับบุคคลต่างด้าว จำนวน 62 หมาย ซึ่งครอบคลุมผู้กระทำความผิดหลากหลายสัญชาติ ​

"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท

"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท

สำหรับปฏิบัติการสำคัญที่ได้ดำเนินการใน อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี ครั้งนี้ ตรวจค้นจับกุม 5 กลุ่มบริษัท อาทิ

กลุ่มบริษัทนี้มีการประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และซื้อ ถือครอง พัฒนา ขาย และให้เช่าวิลล่าหรู แก่กลุ่มลูกค้าชาวอิสราเอล​กลุ่มบริษัทนี้มีการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

​เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​

พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ​ ระบุว่า​ รายงานให้นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​ และ​ รมว.​มหาดไทย​ ทราบว่าวันนี้มีปฏิบัติการเรื่องนอมินี ที่สมุยเป็นเฟสที่ 7 ซึ่ง​นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนให้ดำเนินการให้สิ้นซาก และทางผู้การจังหวัดสุราษฎร์ธานีรายงานให้ทราบว่า คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 187 คดี ซึ่งประสานกันต่อในประเด็นนี้จะดำเนินการต่อผู้ช่วยเหลือ​ แนะนำ​ สนับสนุน ทางบริษัทด้านกฎหมายและการบัญชี เพื่อให้ดำเนินการมรรยาท​ทนายความและมรรยาทนักบัญชี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก​ จึงอยากเน้นย้ำไปที่บริษัทเหล่านี้ให้ชี้แนะ เพื่อให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย​

พล.ต.อ.สำราญ​ ยังระบุว่า​ นอกจากนี้​ วันนี้ผู้ต้องหาตน​ไม่อยาก​ระบุสัญชาติใดชาติหนึ่ง เพราะเป็นนานาชาติ ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามจับกุมเพียงอย่างเดียว​ แต่ต้องดูแลคุ้มครองในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรุงเทพฯ มีชาวญี่ปุ่นถูกทำร้าย โดยคนไทย 5 คนเราสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ครบ​ เพราะไม่อยากให้เห็นว่า​ พอเห็นตนและนายพลพีร์​มา ไม่ใช่เพียงแค่มาจับ​ มาปราบต่างชาติ​ แต่เราก็ต้องดูแลคุ้มครองเพราะเราสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะที่นี่เองก็มีบริษัทที่ทำถูกต้อง​ ซึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ถือเป็นต้นทางแม่แบบสำนวนการสอบสวนเรื่องนอมินี

โดยในพื้นที่สามารถออกหมายจับได้ถึง 101 หมาย ส่วนการจับกุม​ผู้ต้องหาที่เป็นต่างชาติ​ สามารถจับกุมได้​แล้ว 27 หมาย​

อ่านข่าว :

คุม 7 เยาวชนปล้นทรัพย์-ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ฝากขังศาลเยาวชนฯ

ปล่อยตัว "เล่าต๋า แสนลี่" วัย 86 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด-อาวุธปืน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

พบแล้ว 4 นักดำน้ำต่างชาติ ปลอดภัยทั้งหมด หลังรับแจ้งสูญหายทะเลแสมสาร