วันนี้ (15 ส.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะแถลงผลการเปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7" ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
การปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายขับเคลื่อนตรวจสอบการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย หรือเครือข่าย "นอมินี" ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าของประเทศจากกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ภายใต้การดำเนินงานสืบสวนเชิงลึกตามแนวทาง "เกาะพะงันโมเดล"
"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท
โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ได้ทำการวิเคราะห์ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ จำนวน 12,906 บริษัท ในจำนวนนี้มีนิติบุคคล ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวน 8,254 บริษัท และมีนิติบุคคลที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินี จำนวน 875 บริษัท
เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองและวิเคราะห์จนพบกลุ่มเป้าหมายเข้าข่ายเป็นนิติบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยเป็นนอมินี รวมถึงบริษัทที่ช่วยเหลือในการจัดตั้งบริษัท จำนวน 61 บริษัท ครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท นำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน เป็นคนไทย 26 คน และบุคคลต่างด้าว 62 คน
พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ขอออกหมายค้น จำนวน 37 หมาย และหมายจับบุคคลต่างด้าว จำนวน 62 หมาย ซึ่งครอบคลุมผู้กระทำความผิดหลากหลายสัญชาติ
"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท
สำหรับปฏิบัติการสำคัญที่ได้ดำเนินการใน อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี ครั้งนี้ ตรวจค้นจับกุม 5 กลุ่มบริษัท อาทิ
กลุ่มบริษัทนี้มีการประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และซื้อ ถือครอง พัฒนา ขาย และให้เช่าวิลล่าหรู แก่กลุ่มลูกค้าชาวอิสราเอลกลุ่มบริษัทนี้มีการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า รายงานให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ทราบว่าวันนี้มีปฏิบัติการเรื่องนอมินี ที่สมุยเป็นเฟสที่ 7 ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนให้ดำเนินการให้สิ้นซาก และทางผู้การจังหวัดสุราษฎร์ธานีรายงานให้ทราบว่า คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 187 คดี ซึ่งประสานกันต่อในประเด็นนี้จะดำเนินการต่อผู้ช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุน ทางบริษัทด้านกฎหมายและการบัญชี เพื่อให้ดำเนินการมรรยาททนายความและมรรยาทนักบัญชี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก จึงอยากเน้นย้ำไปที่บริษัทเหล่านี้ให้ชี้แนะ เพื่อให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ ยังระบุว่า นอกจากนี้ วันนี้ผู้ต้องหาตนไม่อยากระบุสัญชาติใดชาติหนึ่ง เพราะเป็นนานาชาติ ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลคุ้มครองในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรุงเทพฯ มีชาวญี่ปุ่นถูกทำร้าย โดยคนไทย 5 คนเราสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ครบ เพราะไม่อยากให้เห็นว่า พอเห็นตนและนายพลพีร์มา ไม่ใช่เพียงแค่มาจับ มาปราบต่างชาติ แต่เราก็ต้องดูแลคุ้มครองเพราะเราสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะที่นี่เองก็มีบริษัทที่ทำถูกต้อง ซึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ถือเป็นต้นทางแม่แบบสำนวนการสอบสวนเรื่องนอมินี
โดยในพื้นที่สามารถออกหมายจับได้ถึง 101 หมาย ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นต่างชาติ สามารถจับกุมได้แล้ว 27 หมาย
อ่านข่าว :
คุม 7 เยาวชนปล้นทรัพย์-ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ฝากขังศาลเยาวชนฯ
ปล่อยตัว "เล่าต๋า แสนลี่" วัย 86 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด-อาวุธปืน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ
พบแล้ว 4 นักดำน้ำต่างชาติ ปลอดภัยทั้งหมด หลังรับแจ้งสูญหายทะเลแสมสาร
