พลพีร์-วรศิษฎ์ ลุย "เกาะพะงัน" ตรวจสอบโรงแรม-วิลลานอมินีข้ามชาติ

การเมือง
15:38
จำนวนผู้ชม 322
Thai PBS
พลพีร์-วรศิษฎ์ ลุย "เกาะพะงัน" ตรวจสอบโรงแรม-วิลลานอมินีข้ามชาติ
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (14 ส.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปฏิบัติการบุกเข้าตรวจสอบสถานประกอบการธุรกิจโรงแรมและพักต่าง ๆ ในพื้นที่ หลังจากได้รับรายงานถึงความผิดปกติ เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของทุนต่างชาติ

จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรมแห่งแรก ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ดินกว่า 25 ไร่ มีจำนวนห้องพักรวม 36 ห้อง และมีทุนจดทะเบียน 6,000,000 บาท เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติเด่นชัด เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น พบว่ามีชาวต่างชาติถึง 3 สัญชาติร่วมถือหุ้น โดยมีกลุ่มคนไทยถือครองหุ้นในลักษณะเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ให้กับหลายบริษัท

ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าตรวจค้น นายพลพีร์เข้าไปพูดคุยทักทายกับชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่มีฐานะเป็นผู้จัดการโรงแรม โดยบุคคลดังกล่าวยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่แต่อย่างใด

วิลลาหรู จ่ายเงินออนไลน์ เข้าข่ายเลี่ยงภาษีไทย

ต่อมา คณะทำงานเข้าตรวจค้นวิลลาอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ พบว่าไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการ เป็นสถานพักตากอากาศหรือสถานประกอบการที่พักเช่นเดียวกัน โดยวิลลาแห่งนี้มีรูปแบบการดำเนินงานที่เป็นระบบเบ็ดเสร็จผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่ขั้นตอนการจองห้องพักและการชำระเงินค่าที่พัก ซึ่งเงินทั้งหมดจะถูกโอนชำระ ณ ต้นทางที่ประเทศอิสราเอลโดยตรง

การกระทำดังกล่าวมักไม่มีพนักงานหรือผู้ดูแลประจำอยู่ในพื้นที่ แต่จะใช้วิธีการแจ้งจุดซ่อนกุญแจให้ผู้พักอาศัยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าพักเปิดประตูเข้าอาศัยได้ทันที รูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทย ไม่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือรายได้จากการท่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐบาลไทยอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเจ้าพนักงานจะเร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

พลพีร์-วรศิษฎ์ ลุย "เกาะพะงัน" ตรวจสอบโรงแรม-วิลลานอมินีข้ามชาติ

พลพีร์-วรศิษฎ์ ลุย "เกาะพะงัน" ตรวจสอบโรงแรม-วิลลานอมินีข้ามชาติ

พบร้านกัญชานอมินี ปลอมใบรับรองแพทย์

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายกัญชาในพื้นที่ ซึ่งมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ 2 คน และคนไทย 1 คน โดยคนไทยถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่ง แม้ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการสืบสวนเชื่อว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทในลักษณะนอมินี ร้านดังกล่าวมีการขยายสาขารวม 4 แห่ง ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบรายได้เบื้องต้นในรอบปีที่ผ่านมา พบมียอดเงินสะพัดสูงถึง 15 ล้านบาท ซึ่งสร้างข้อสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ว่า อาจไม่ได้เป็นการจำหน่ายกัญชาในปริมาณย่อยเป็นมวลหรือเป็น กรัม แต่น่าจะเป็นการจำหน่ายล็อตใหญ่

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ออกใบรับรองแพทย์ปลอม จำหน่ายในราคาใบละ 300 บาท เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นหลักฐาน ในการซื้อกัญชาจากสถานที่ใดก็ได้ แต่หากตกลงซื้อกัญชาจากร้านดังกล่าว จะได้รับการยกเว้นค่าใบรับรองแพทย์ทันที

ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จึงเตรียมดำเนินคดีกับแพทย์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยยืนยันว่ามีทั้งชื่อและรูปถ่ายเป็นหลักฐานชัดเจน ไม่สามารถหลบหนีได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางไว้ทั้งหมด เพื่อส่งต่อให้กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน จากการเข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชาแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นกิจการของคนไทย พบว่ามีการขออนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สินค้าที่จำหน่ายถูกต้องทั้งหมด และมีแพทย์ให้คำปรึกษาผ่านระบบ E-Call อย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงข้อห่วงใยเรื่องการปล่อยให้ผู้ซื้อใช้เสพกัญชาภายในบริเวณร้านเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำ และกำชับให้ปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดต่อไป

อ่านข่าว :

สั่งจำคุก 10 ปีเจ้าของอู่รถนราฯ รับชำแหละรถ กอ.รมน.ใช้ยิง "สส.กมลศักดิ์"

ก.ท่องเที่ยวฯ จ่อถกสมาคมกีฬายิงปืน ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืน

"ยศชนัน" กำชับเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังพบขู่ใช้ความรุนแรงหลายพื้นที่