การปล่อยปลาเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำบุญยอดนิยมในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หลายคนตั้งใจทำเพื่อเสริมสิริมงคลและสร้างกุศล แต่รู้หรือไม่ว่าการเลือกชนิดของสัตว์น้ำและสถานที่ปล่อย มีความสำคัญไม่แพ้เจตนาที่ดี เพราะหากปล่อยผิดชนิดหรือผิดแหล่งน้ำ อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยไม่รู้ตัว
กรมประมงแนะนำว่า หากต้องการปล่อยสัตว์น้ำเพื่อทำบุญ ควรเลือกสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย และปล่อยในแหล่งน้ำที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์ สัตว์น้ำลูกผสม หรือสัตว์น้ำที่ไม่เหมาะกับแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากสัตว์น้ำบางชนิดแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว แย่งอาหารและแหล่งอาศัย กินไข่และตัวอ่อนของสัตว์น้ำพื้นเมือง รวมทั้งอาจเป็นพาหะนำโรค ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงและระบบนิเวศเสียสมดุลในระยะยาว
ทำบุญปล่อยปลา เลือกชนิดไหนดี?
หากต้องการทำบุญปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในช่วงวันสำคัญทางศาสนา ควรเลือกปล่อยสัตว์น้ำอย่างถูกวิธี ควรเลือกสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย เช่น ปลาตะเพียน ปลากระแห ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาโพง (ปลาสุลต่าน) ปลากาดำ ปลายี่สกไทย ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาบู่ทราย
ปลาสลาด ปลากราย ปลาสวาย ปลากดเหลือง ปลากดแก้ว เป็นต้น โดยควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเลือกสัตว์น้ำที่แข็งแรง ไม่มีบาดแผลตามลำตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคสู่ธรรมชาติ
ปล่อยให้ถูกที่...สัตว์น้ำก็อยู่รอด
การเลือกแหล่งปล่อยให้เหมาะกับชนิดของสัตว์น้ำ เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เช่น
- ปลาไหลนาและกบนา อาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำไหลเอื่อย ควรปล่อยลงในแม่น้ำ ห้วยหนอง คลองบึง ท้องนา หรือร่องสวน บริเวณที่มีดินเฉอะแฉะ เนื่องจากปลาไหลชอบขุดรูเพื่ออยู่อาศัยในการดำรงชีวิต อีกทั้งพื้นที่ชื้นแฉะยังเป็นที่อยู่ของแมลงซึ่งเป็นอาหารของกบอีกด้วย
- ปลาสวาย ปลาบึก ปลาตะเพียน ปลากาดำ ควรปล่อยลงในแม่น้ำ คลองที่มีระดับน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรง เนื่องจากปลาแต่ละชนิดเมื่อโตเต็มวัย มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปลาชนิดอื่น ๆ ดังนั้น จึงต้องใช้พื้นที่กว้างในการอยู่อาศัยและเจริญเติบโต
- หอยขม ควรปล่อยลงในคู หนอง คลอง บึง และในนาข้าว ที่เป็นพื้นดินหรือโคลน มีระดับน้ำตั้งแต่ 10 เซนติเมตร – 2 เมตร น้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย และบริเวณดังกล่าวควรมีเสา สะพาน ตอไม้ พันธุ์ไม้น้ำ เพื่อให้หอยสามารถยึดเกาะได้
- ปลาดุก แม้ปลาดุกอุยและปลาดุกด้านจะเป็นชนิดที่สามารถปล่อยได้ แต่กรมประมงยังไม่แนะนำให้ประชาชนปล่อยปลาดุกลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะแยกสายพันธุ์พื้นเมืองกับสายพันธุ์ต่างถิ่นหรือลูกผสมได้ยาก โดยเฉพาะในปลาขนาดเล็ก ซึ่งการปล่อยสัตว์น้ำผิดจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง
สัตว์น้ำที่ไม่ควรปล่อย
เพื่อปกป้องธรรมชาติ ควรงดปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์ เช่น ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาซัคเกอร์ เต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง กุ้งเครย์ฟิช ทั้งจากสายพันธุ์ออสเตรเลียและอเมริกัน ปลากะพงนกยูง (พีคอกแบส) ปลาดุกแอฟริกา
รวมถึงปลาดุกลูกผสมอย่าง "ปลาดุกบิ๊กอุย" ซึ่งเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลาดุกแอฟริกันกับปลาดุกอุยของไทย ที่พัฒนาพันธุ์ขึ้นเพื่อการเพาะเลี้ยงและการบริโภค ไม่ใช่ชนิดที่พบได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่ควรปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
หากเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นไว้แล้วและไม่ต้องการเลี้ยงต่อ ไม่ควรนำไปปล่อยลงธรรมชาติ แต่สามารถส่งมอบให้หน่วยงานของกรมประมงในพื้นที่ เพื่อดำเนินการอย่างเหมาะสม
ระวัง! ปล่อยผิดชนิด อาจผิดกฎหมาย
การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นตามมาตรา 64 และ มาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ไม่ควรครอบครองหรือซื้อสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นำมาปล่อย เช่น เต่านาและตะพาบไทย หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ หรือสัตว์น้ำต่างถิ่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง โทร. 0 2579 5281
ทำบุญปล่อยปลา เลือกให้ถูกชนิด ได้บุญและไม่กระทบธรรมชาติ
ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย.70
"ทนายอั๋น" ยื่นหลักฐานคดีฮั้ว สว. กว่า 3 พันหน้า ให้พรรคประชาชน
ยุโรปวิกฤตไฟป่ารุนแรง ฝรั่งเศส-สเปน สั่งอพยพหลายแสนคน ไฟลามใกล้เมืองใหญ่









