"ปกรณ์" ลุยยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม "ธนาคารที่ดิน" ก.ย.นี้ ตามด้วย ป.ย.ป.

การเมือง
11:50
จำนวนผู้ชม 145
Thai PBS
"ปกรณ์" ลุยยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม "ธนาคารที่ดิน" ก.ย.นี้ ตามด้วย ป.ย.ป.
"ปกรณ์" ลุยปฏิรูประบบรัฐ ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม ก.ย.นี้ ยุบ "ธนาคารที่ดิน" ตามด้วย "ป.ย.ป.และ 4-5 องค์การมหาชน" ที่ไม่ผ่านประเมินซ้ำ เผยมี 2 ตัวเลือก เจ้าหน้าที่ร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์-โอนย้าย ชี้โลกเปลี่ยนถ้าไม่ปรับประเทศไทยพัฒนายาก

วันนี้ (26 ก.ย.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ในเรื่องการยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็น ว่า การยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้นโยบายมาแล้วว่าจะยุบ

โดยขณะนี้ประเมินไว้แล้วว่าหน่วยงานที่จะยุบอันดับต้น ๆ จะเริ่มตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือน ก.ย. คือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. (ธนาคารที่ดิน) เพราะมีการขยายระยะเวลามาหลายปีแล้ว อาจนำไปรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งตอนนี้มีการกำกับดูแลไว้ทั้งหมดแล้ว

จากนั้นจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่น ๆ ที่ซ้ำซ้อนต่อไป เช่น สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และหน่วยงานองค์การมหาชน อีก 4-5 หน่วยงานในเบื้องต้น ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี หลังที่จากก่อนหน้านี้ให้โอกาสปรับตัวแล้ว

พร้อมย้ำว่าการยุบหน่วยงานจะค่อย ๆ ทำ ไม่เช่นนั้นจะกระทบกระเทือนเจ้าหน้าที่

ส่วนกรณีถ้าหากยุบหน่วยงานและมีการออกมาชุมนุมเรียกร้องคัดค้าน นายปกรณ์ กล่าวว่า ขอเรียนตรง ๆ ต้องอยู่กันด้วยเหตุผล วิธีการเก่า ๆ แบบนี้ควรเลิกได้แล้วเพราะมันไม่ดีสำหรับประเทศ ฉะนั้นหากดูจากสถานการณ์และตัวเลขงบประมาณ และยังทำเช่นเดิมประเทศจะไปไม่ได้

สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องยอมรับความจริงว่า อยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว จะตั้งหน่วยงานมาเยอะแยะมันไม่ได้แล้ว เพราะโลกมันเปลี่ยนไป

นายปกรณ์ ยังอธิบายหลักการพิจารณายุบหน่วยงานว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเป็นผู้ประเมินหน่วยงานราชการ ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายผู้ประเมิน โดยเกณฑ์ประเมินคือเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อน

ส่วนการบริหารจัดการอัตรากำลังหน่วยงานที่ถูกยุบไป จะมีสองแนวทาง 1.ถ้าสมัครใจออกก็เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ 2.ย้ายไปอยู่หน่วยงานใหม่ แต่ยอมรับว่าสิทธิประโยชน์คงไม่ได้เหมือนเดิม จะต้องอิงตามระบบหน่วยงานใหม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินนโยบายยุบหน่วยงาน กังวลจะเป็นการเสียคะแนนทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ ยืนยันว่า เรื่องนี้รัฐบาลให้ตนดำเนินการ ทุกคนก็บอกว่าดี

ทั้งนี้ถือเป็นวาระเร่งด่วนต้องทำให้ชัดเจนภายในปีนี้หรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องทำภายในรัฐบาลนี้ แม้อาจจะเห็นผลอีก 10 ปีข้างหน้าก็ตาม เพราะมันไม่ได้ง่ายเหมือนภาคเอกชนปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร พร้อมมองว่าสถานการณ์ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมตอนนี้เป็นไปทั่วโลก ฉะนั้นภาครัฐประเทศไทยก็ต้องปรับตัวอย่างรุนแรง ไม่เช่นนั้นจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งปัญหาพลังงานหรือภาษีที่เพิ่มขึ้น พร้อมย้ำว่า วันนี้เราไม่ได้อยู่ในโลกที่เป็นปกติเหมือน 10-20 ปีก่อน ที่อยู่ในยุคการค้าขายอย่างไรก็รวยแต่วันนี้มันไม่ใช่

นายปกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องมาช่วยกันดูแล ถ้าเราไม่ปรับโครงสร้างรัฐหรือเปลี่ยนวิธีการทำงาน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะนิ่งและเทียบประเทศอื่นไม่ได้ที่พัฒนาดีขึ้น ฉะนั้นอยากให้เข้าใจตรงนี้ไม่อยากให้ดรามา

“ก็ต้องคิดเอาว่า จะเลือกเอาประเทศ หรือจะเลือกเอาตัวเอง” นายปกรณ์ กล่าว

อ่านข่าว :

"ปกรณ์" เผย ส.ค.นี้ ชง ครม.คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ

"พริษฐ์" เปิดหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 2 หวั่นคดีสะดุด จี้สังคมจับตา ปม โพยใบสั่ง-จ้างคนสมัคร

รัฐบาลยันช่วยปั๊มที่กันทรลักษ์โดนบึ้ม BM-21 ตามเกณฑ์