วันนี้ (15 ก.ค.2569) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่าย 11 หน่วยงาน เปิดตัวโครงการป่าไม้เพื่อชีวิต - การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย ชูธง 2 เป้าหมายหลัก ในการเพิ่มขีดความสามารถการจัดการป่าอย่างยั่งยืน แบบมีส่วนร่วมมีส่วนร่วม เสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่น พร้อมเดินหน้ารักษาระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ มุ่งรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดตัวโครงการ "ป่าไม้เพื่อชีวิต" สร้างชุมชนเข้มแข็ง นำร่อง 4 ผืนป่า
นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ประธานในพิธีเปิดการประชุม เปิดเผยว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ กว่า 70 ล้านไร่ ไม่เพียงเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ ในการช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม การจะรักษาผืนป่าและขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนให้สมบูรณ์ในระยะยาวได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยพลังจากชุมชนโดยรอบ
โครงการป่าไม้เพื่อชีวิต มีหลักการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านประชาชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับภูมิทัศน์ โดยมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนและผืนป่าเกื้อกูลกัน อีกทั้งช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นางสุนีย์ ศักดิ์เสือ ผู้อำนวยการกองวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช ในฐานะผู้อำนวยการโครงการป่าไม้เพื่อชีวิต กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็น 1 ใน 3 โครงการระดับประเทศ ภายใต้แผนงานบูรณาการด้านป่าไม้ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมกับลาว และปาปัวนิวกินี โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก รอบที่ 8 (GEF-8) มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี มุ่งเน้นการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการป่าในเขตนิเวศอินโดมาลายา ซึ่งเป็นระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่สำคัญของโลก
เปิดตัวโครงการ "ป่าไม้เพื่อชีวิต" สร้างชุมชนเข้มแข็ง นำร่อง 4 ผืนป่า
สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการคือยกระดับการจัดการผืนป่า ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นรอบผืนป่า ผ่านการพัฒนากลไกทางการเงินและการสร้างองค์ความรู้ในระยะยาว เพื่อให้ชุมชนมีศักยภาพในการดูแลป่านอกเขตอนุรักษ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการรักษาระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่เป้าหมายเชิงภูมิทัศน์นำร่อง 4 แห่ง ได้แก่ ภูมิทัศน์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี, ภูมิทัศน์พนมดงรัก จ.ศรีสะเกษ, ภูมิทัศน์ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ และภูมิทัศน์อมก๋อย จ.เชียงใหม่
เปิดตัวโครงการ "ป่าไม้เพื่อชีวิต" สร้างชุมชนเข้มแข็ง นำร่อง 4 ผืนป่า
ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ มั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยสร้างโมเดลการจัดการป่าที่ชุมชนเข้มแข็ง ลดภัยคุกคามต่อผืนป่า และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการรักษาแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก
อ่านข่าว :
"สุรศักดิ์" ดัน "ไทยเที่ยวไทย พลัส" รัฐหนุนค่าที่พัก 50%









