เสียชีวิตอีก 1 คน เพิ่มเป็น 31 คน จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

อาชญากรรม
21:22
จำนวนผู้ชม 507
Thai PBS
เสียชีวิตอีก 1 คน เพิ่มเป็น 31 คน จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ผบช.น.2 เผยพนักงานสอบสวน เตรียมเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างอาคาร เพื่อนำข้อมูลมาประกอบในสำนวนคดีเพื่อหาสาเหตุของไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวพรุ่งนี้ ขณะที่ตำรวจสอบปากคำแล้ว 52 คน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ยอดรวมเป็น 31 คน

วันนี้ (14 ก.ค.2569) ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบช.น.2) พร้อมคณะทำงาน สืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล 2 ร่วมกันความหน้าเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นวันที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 20.30 น. ได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 31 คน ในจำนวนนี้เหลือ 1 คนที่อยู่ระหว่างรอยืนยันอัตลักษณ์บุคคล

ขณะที่ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน ได้สอบปากคำไปแล้ว 52 คน แบ่งเป็นกลุ่ม เจ้าของร้าน 1 คน ที่มาในฐานะพี่สาวของเจ้าของร้าน ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพร้อมนำเอกสารสัญญาเช่า และใบอนุญาตต่าง ๆ มามอบให้พนักงานสอบสวน ส่วนมารดาที่มีชื่อร่วมในทะเบียนบริษัท ขณะนี้ยังคงอยู่ที่จังหวัดยโสธร ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

ส่วนพยานคนอื่นเป็นกลุ่มพนักงานของร้าน 16 คน , ญาติผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตและลูกค้า 33 คน เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ 2 คน โดยในวันพรุ่งนี้พนักงานสอบสวนจะประสานขอสอบปากคำพยานซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านๆ เช่น ระบบไฟฟ้า , โครงสร้างอาคาร เพื่อนำข้อมูลมาประกอบ ร่วมกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชุดสืบสวนไปเก็บรวบรวมมา ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด 16 ตัวภายในร้าน รวมถึงกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อจะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุและต้นตอของการเกิดเหตุ

ขณะที่ประเด็นที่มีผู้ให้ข้อมูลว่าทางนี้ไฟหรือประตูทางออกถูกล็อกจากด้านนอกนั้น เบื้องต้นจากการสอบปากคำพยาน 2 คน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านและคนขายลูกอม ที่ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เพราะต้องรอพยานหลักฐานจากส่วนอื่นนำมาประกอบ

นอกจากนี้ ผบช.น.2 เปิดเผยว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับชายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ว่า ข้อมูลที่บุคคลดังกล่าวได้พูดไปนั้นอาจทำให้เกิดการเกิดความสับสนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะและต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการนำเครื่องแบบมาสวมใส่โดยพลการหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าขณะนี้ตำรวจจะมุ่งเน้นการทำงานไปที่พฤติการณ์หลักของคดีเพลิงไหม้ที่เกิดความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก

อ่านข่าว :

ผบ.ตร.เผยคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ยังสอบปมประตูทางออก-ใบอนุญาต

นิติเวชฯ คืนร่างผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ให้ญาติแล้ว 28 คน

นายกฯ จ่อรื้อ กม.โซนนิ่งสถานบันเทิง ไม่รู้ชายแต่งชุดทหารยืนประกบเป็นใคร