วันนี้ (13 ก.ค.2569) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารายงาน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เพื่อเร่งรัดให้เพิกถอน 5000 รายชื่อ ที่คะแนนสอบไม่ตรงกับประกาศผล ว่า นายกฯ ได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มารายงานความคืบหน้า ทั้งเรื่องการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ ที่ถูกให้ออกจากตำแหน่งเดิม และเรื่องการตรวจสอบใบคะแนนดิบกับคะแนนที่ประกาศผล ที่พบว่า มีไม่ตรงกัน จะดำเนินการตามขั้นต่อไป
โดยเรื่อง 5,000 คน รองอธิบดี สถ.คนใหม่ ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะนำเรื่องตรวจคะแนนที่ไม่ตรงกัน เข้าสู่การพิจารณาของ กสถ.ในวันพุธที่ 15 ก.ค.นี้ ก่อนนำผลการพิจารณาเสนอไปยัง คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก กลาง เพื่อพิจารณาหากสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ก็จะแจ้งไปยังจังหวัดให้ทางจังหวัดแจ้งต่อไปยังนายกองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อเพิกถอนคำสั่งการบรรจุคนที่ทุจริต
นายกฯ อยากให้ทำให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้กระบวนการของกระทรวงมหาดไทยจบสิ้นแล้ว แต่ยังมีขั้นตอนของหน่วยงานอื่น เช่น ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช ที่ทราบดีว่า ป.ป.ช. ประกาศรายชื่อ 6,014 คน ที่ยังไม่ได้ชี้ว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมด เมื่อสอบเสร็จใครไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ต้องอยู่ในกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อ ส่วนผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตรงนี้ ป.ป.ช.จะทำหน้าที่ขยายผลต่อไป เชื่อว่า ป.ป.ช. ทำได้รวดเร็ว เพราะเคยบอกว่า อาจจะเร็วกว่า 3-6 เดือน นอกจากนี้ ยังมีส่วนของตำรวจ ที่ขณะนี้มีข้อมูลว่า ใครมีเส้นทางการเงินก็จะสืบค้นต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี เชื่อว่าตามพยานหลักฐานทั้งหมดจะสามารถดำเนินการได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นของ กสถ.กับ ก กลาง จะไม่แย้งกันแล้วใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมการต้องดูข้อมูลข้อเท็จจริง หากแย้งไปก็ต้องดูความเสียหายเองในเรื่องที่แย้ง ข้อมูลหลักฐานที่แท้จริง ย้ำว่า หลักฐานที่แท้จริงก็คือหลักฐาน ใครที่มีความเห็นไม่ตรง ก็ต้องมีเหตุผลว่า ทำไมไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้ ตนเชื่อมั่นว่า ทุกอย่างจะสำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะเป็นการสร้างความกระจ่างให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าตามรายงานข่าวระบุว่า จะมีข้าราชการถูกสอบเพิ่มเติมอีก 3 คน จริงหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ก็พูดอย่างนั้นคงต้องรอดูต่อไป ตนเชื่อมั่นว่า ป.ป.ช.จะทำให้ถึงที่สุด เพียงแต่ขณะนี้อาจเป็นช่วงของล็อตแรก หากมีการสอบปากคำและดูเรื่องพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครอีกก็ต้องรับผิดชอบ ใครทำก็ต้องรับผลของสิ่งที่ทำ
อ่านข่าว :
พฐก.เผยผลตรวจสอบเบื้องต้นไฟไหม้โรงเบียร์ พบเบรกเกอร์ไม่ตัดวงจรไฟฟ้า
นายกฯ สั่งสอบปมโรงเบียร์ล็อกประตูหนีไฟกลัวคนเบี้ยวเงิน-เร่งเยียวยาผู้สูญเสีย
ตร.รอสอบปากคำ "เจ้าของร้าน" บาดเจ็บจากไฟไหม้อยู่ใน ICU
"บรีส" นักร้องสาววงทศกัณฐ์ เสียชีวิต เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว










