นายกฯ เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไป ตปท. เข้มลูกเรือสายการบินรับหิ้วของ

การเมือง
17:48
จำนวนผู้ชม 413
Thai PBS
 นายกฯ เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไป ตปท. เข้มลูกเรือสายการบินรับหิ้วของ
นายกรัฐมนตรี เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไปต่างประเทศ เข้มการท่าตรวจสัมภาระลูกเรือ ฟันวินัยร้ายแรงลูกเรือสายการบินรับหิ้ว-รับฝากสิ่งของ

วันนี้ (3 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 พร้อมย้ำยาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วน ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และสังคมโดยรวม ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลคณะกรรมการ ป.ป.ส. ด้วยตนเอง ขอให้กรรมการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยว่า ส่งผลกระทบและความเดือดร้อนต่อประชาชน สาเหตุหนึ่งคือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพการผลิตในระดับสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย เข้ามาพักคอยในพื้นที่ตอนในและขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ เพื่อส่งต่อกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาค้าขายและแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ชุมชน กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็น กลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติด ยังส่งผลกระทบความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนเป็นจำนวนมาก กำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย

พร้อมย้ำถึงคดีแอร์สาวการบินไทยว่า ทุกฝ่ายต้องดำเนินคดีอย่างรัดกุมรอบคอบ เน้นรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนคดีให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย คดีนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทย และสายการบินเป็นอย่างมาก

นายกฯ เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไป ตปท. เข้มลูกเรือสายการบินรับหิ้วของ

นายกฯ เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดไป ตปท. เข้มลูกเรือสายการบินรับหิ้วของ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ ดังนี้

1. การท่าอากาศยานบูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร และสัมภาระขนส่งในขาออกผ่านการ X-ray และการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น

2. การท่าอากาศยานจะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง

3. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และการบินไทยรวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

4. เห็นชอบกรมศุลกากร ยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร (Passenger Information Unit :PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record :PNR)

5. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะยกระดับการพัฒนาศักยภาพ ให้กับบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ

6. ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ "ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด" ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการ ที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่

1.การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ

2.การเสริมความมั่นคงชายแดน

3.การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

4.การลดผลกระทบต่อประชาชน

5.การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด

6.การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด

7.การสร้างสังคมปลอดภัย

อ่านข่าว :

ตร.คุมตัวคนขับเก๋งพา "ชายฮู้ดน้ำเงิน" ส่งพัสดุซุกเฮโรอีนให้แอร์สาว

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

ป.ป.ส.ชี้มีตัวการใหญ่ 2 คนคุมส่งยาไปออสเตรเลีย-ไต้หวัน ใช้ไทยเป็นทางผ่าน