วันนี้ (29 มิ.ย.2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยยอมรับข้อกังวลและข้อสังเกตของ สส. ฝ่ายค้าน
พร้อมระบุว่า สถานการณ์งบประมาณในครั้งนี้ เปรียบเสมือนงบประมาณแบบ "หาเช้ากินค่ำ" เนื่องจากเป็นปีแรกที่รัฐบาลเข้ามาจัดทำงบประมาณอย่างเต็มตัว โดยจากการหารือร่วมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า หากยังคงจัดสรรงบประมาณในรูปแบบเดิม ประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
นายภราดร กล่าวว่า สำหรับตัวเลขงบประมาณรวม 3.788 ล้านล้านบาทนั้น พบว่าเป็นงบรายจ่ายประจำและงบชำระหนี้เก่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ขณะที่อีก 7 แสนล้านบาทเป็นเงินกู้ ซึ่งรัฐบาลเลือกทางเดินที่ยาก คือการปรับปรุงโครงสร้างและรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด แทนที่จะเลือกวิธีง่าย ด้วยการกู้เงินเพิ่มตามน้ำ เพื่อมาทำโครงการตามสัญญา
กางมาตรการรัดเข็มขัด งดดูงานต่างประเทศ หั่นงบพัฒนาจังหวัด
นายภราดร ชี้แจงต่อว่า เพื่อเป็นการรักษาวินัยคลังและลดการขาดดุล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ "รัดเข็มขัด" อย่างจริงจัง โดยให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ หากมีความจำเป็นสูงสุดให้เดินทางไปเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสั่งลดสัดส่วนการจ้างงานใหม่ลง
ในส่วนของงบประมาณลงทุนที่ลดลง จากปีที่ผ่านมาประมาณ 70,000 ล้านบาท รัฐบาลจะเปลี่ยนไปใช้วิธีระดมทุนผ่านช่องทางอื่นแทน เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)
ส่วนประเด็นที่งบประมาณจังหวัด และกลุ่มจังหวัดลดลงจาก 2-30,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นการปรับลดในส่วนที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานฟังก์ชันของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจายงบประมาณที่ซ้ำซ้อน และขอยืนยันว่าไม่มีการดึงงบส่วนนี้ ไปไว้ในงบกลางเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ สส.ในพื้นที่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 อย่างชัดเจน
ผุดไอเดียชวนฝ่ายค้านร่วมปฏิรูปโครงสร้างการคลัง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงถึงรายละเอียดงบกลางที่เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาทว่า เป็นไปเพื่อรองรับบำนาญ และสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อไม่ให้เป็นภาระเงินคงคลังในอนาคต พร้อมทั้งตั้งหมวดใหม่คือ "งบแก้ไขปัญหาวิกฤตผันผวนงบประมาณ" วงเงิน 12,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายภราดร แสดงความยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนฝ่ายค้าน อาทิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งต่างเห็นภาพปัญหาเดียวกันว่า โครงสร้างงบประมาณปัจจุบัน มีข้อจำกัดจนไม่สามารถตอบโจทย์การเพิ่มสวัสดิการ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยเด็ก หรือเบี้ยคนพิการได้
รัฐบาลจึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ร่วมกันคิดค้นกลไกในการดึง "เงินสะสม" ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่กว่า 600,000 ล้านบาท รวมถึงเงินนอกงบประมาณของกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ที่ฝากธนาคารกินดอกเบี้ยอยู่มหาศาล ให้เข้ามาอยู่ในระบบงบประมาณ เพื่อลดภาระการกู้เงินของรัฐบาล
ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายและลงมติวาระแรกในวันที่ 1 ก.ค.นี้ หากสภาฯ ให้ความเห็นชอบ นายภราดร ขอเชิญชวนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด เพื่อโยกไปจัดสรรให้กับหน่วยงานที่มีความจำเป็น เช่น งบประมาณด้านการวิจัยของประเทศต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
ดีดีการบินไทยสั่งสอบวินัย ลูกเรือกระทำผิดในออสเตรเลีย รู้ผลใน 7 วัน
กกล.บูรพาแจงชัด ไม่ใช่ "เคอร์ฟิวหนองจาน" แค่ห้ามเข้าพื้นที่ยามวิกาล
ทหารปิดเส้นทาง "หนองจาน" ห้ามเข้าพื้นที่ควบคุมทุกกรณี 18.00-06.00 น.

