นิด้าโพลชี้ "ชัชชาติ" ชนะขาด คนกรุงเลือก "คน" มากกว่า "พรรค"

การเมือง
14:52
จำนวนผู้ชม 188
Thai PBS
นิด้าโพลชี้ "ชัชชาติ" ชนะขาด คนกรุงเลือก "คน" มากกว่า "พรรค"
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการ "ชัชชาติ" คว้าชัยสมัยที่ 2 ผศ.สุวิชา เป้าอารีย์ วิเคราะห์คนกรุงให้ความสำคัญกับผลงานและความสามารถในการแก้ปัญหามากกว่าสังกัดพรรค แนะพรรคการเมืองต้องปรับยุทธศาสตร์และเตรียมความพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคต

วันนี้ (29 มิ.ย.2569) ความคืบหน้าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย คว้าชัยชนะเตรียมดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

ขณะที่ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ สามารถทำคะแนนตามมาเป็นอันดับที่ 2 และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน อยู่ในอันดับที่ 3

อย่างไรก็ดี ในแง่ของสถิติจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ พบว่าจากจำนวนประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4,428,644 คน มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 2,201,739 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 49.7 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในครั้งก่อนหน้า ทว่าคะแนนดิบที่นายชัชชาติได้รับกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานเสียงสนับสนุน ที่ยังคงยึดมั่นในตัวนายชัชชาติอย่างชัดเจน

"ความไว้วางใจ" หมัดเด็ดมัดใจคนกรุง

ผศ.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" วิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายชัชชาติ ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่ออีกหนึ่งสมัย โดยระบุว่า พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะเลือกผู้สมัครอิสระ มากกว่าผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใหญ่

เนื่องจากภาพลักษณ์ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือบงการจากพรรคการเมืองใด ๆ นอกจากนี้ นายชัชชาติยังสามารถครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-30 ปี ได้สูงถึงร้อยละ 70 ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นฐานเสียงสำคัญในสนามการเมือง

ผศ.สุวิชา กล่าวต่อว่า ความต้องการของคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการนโยบายที่หรูหราอลังการ แต่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน (Daily Problem) ซึ่งนายชัชชาติสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี ผ่านการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มระบบรับเรื่องร้องเรียน "Traffy Fondue"

แม้ว่าภาพรวมผลงานด้านอื่นอาจไม่ได้โดดเด่นมากมาย แต่ก็ไม่มีข้อบกพร่องหรือความล้มเหลวร้ายแรงในการบริหารงาน ประชาชนจึงเลือกที่จะให้โอกาสทำงานต่อเป็นสมัยที่ 2

ในส่วนของผู้สมัครรายอื่น ผศ.สุวิชา ชี้ว่าผู้สมัครรายใหม่มีความเสียเปรียบอย่างมาก ในเรื่องของประสบการณ์และการเป็นที่รู้จัก เมื่อเทียบกับเจ้าของตำแหน่งเดิม อีกทั้งพรรคการเมืองต่าง ๆ มีเวลาในการเตรียมความพร้อมค่อนข้างน้อย และบางพรรคแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสนามเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้

สำหรับกรณีของนางมัลลิกาที่สามารถคว้าอันดับ 2 ได้นั้น มาจากกลุ่มคะแนนเสียงอนุรักษ์นิยมที่มีอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป (Gen X และ Baby Boomer) ที่ยังสับสนและตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร ในทางกลับกัน สัดส่วนคะแนนของนายชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน กลับมีความคงที่อยู่ที่ร้อยละ 8 จากผลการสำรวจของนิด้าโพล ในทุกรอบจนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกันกับฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง 2 พรรคมีกลุ่มผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่น ซึ่งจะเลือกพรรคไม่ว่าจะส่งใครลงสมัครก็ตาม แต่จุดอ่อนร้ายแรงคือตลอดการหาเสียงที่ผ่านมา ทั้ง 2 พรรคไม่สามารถขยายฐานเสียง เพื่อดึงคะแนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนใหม่ ๆ ได้เลย

แนะทุกพรรคเตรียมผู้สมัครล่วงหน้า

จากผลลัพธ์ดังกล่าว ผศ.สุวิชา ได้ฝากข้อแนะนำทางยุทธศาสตร์ไปยังพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่า คนกรุงเทพฯ มีการตัดสินใจแยกแยะระหว่างการเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่น กับการเลือกตั้งระดับชาติอย่างเด็ดขาด โดยจะพิจารณาที่ตัวบุคคล และความสามารถในการแก้ปัญหาปากท้องเป็นหลัก

ดังนั้น พรรคการเมืองจึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเสนอให้มีการเปิดตัวแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก่อนครบวาระอย่างน้อย 1 ปี เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับประชาชน และลดแรงเสียดทานจากการถูกโจมตีทางการเมือง

ยิ่งไปกว่านั้น ในบริบทของการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับภูมิภาค พรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชน จำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกของ "ระบบอุปถัมภ์" และเครือข่ายกลุ่มการเมืองท้องถิ่นหรือ "บ้านใหญ่" ให้มากขึ้น ดังเช่นกรณีศึกษาความสำเร็จของพรรคในศึกเลือกตั้ง อบจ.ลำพูน ที่ผู้สมัครมีรากฐานในพื้นที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ สำหรับอนาคตของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ (รวม 8 ปี) ผศ.สุวิชา มองว่า ด้วยคะแนนนิยมที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ที่นายชัชชาติจะได้รับการทาบทาม ให้เข้าไปมีบทบาทสำคัญบนเวทีการเมืองระดับชาติต่อไป หลังจากสิ้นสุดวาระผู้ว่าฯ กทม.

รายงานโดย น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงานคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าวอื่น :

สุดทาง "มัลลิกา-ชัยวัฒน์-อนุชา" เบื้องหลัง "ปราชัย" สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

ปชช.แจ้งเบาะแส "ทุจริตสอบท้องถิ่น" ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ทำเนียบฯ นับร้อยเรื่อง

"ณัฐพงษ์" เตรียมทีมชำแหละงบฯ 70 ล็อกเป้างบดีอี ได้เพิ่ม 30%