วันนี้ ( 25 มิ.ย.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงการส่งออกของไทยในเดือน พ.ค.ว่า ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนพื้นฐานด้าน AI และ Data center ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยเร่งจากการนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ กลุ่มสินค้าหลักที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
ขณะที่สินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและเงาะยังคงเติบโตได้ดีตามฤดูกาล นอกจากนี้ สินค้าเกษตรกลุ่มศักยภาพ เช่น ถั่วเขียวผิวมัน กาแฟ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้จะมีสัดส่วนมูลค่าน้อย แต่มีอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตลาดส่งออกหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียน (5) และสหภาพยุโรป
ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค. มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ1,095,139 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 23 ที่ 10.6% ทำ ขณะที่การนำเข้าสูงถึง 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.1% และไทยขาดดุลการค้า มูลค่า 5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรก การส่งออก มีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.6 % ไทยขาดดุลการค้า มูลค่า 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 875,295 ล้านบาท
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
สนค.ตั้ง 3 สมมุติฐาน กรณดีที่สุด โต 8%
ผอ.สนค.กล่าวอีกว่า แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 จะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการฟื้นตัวอย่างจำกัดของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงเป็นลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกในระยะต่อไปยังสามารถรักษาสมดุลการเติบโตไว้ได้ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายมิติเพื่อขับเคลื่อนการส่งออก โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังและรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในช่วงที่เหลือของปี
โดย สนค.ตั้งสมมุติฐานไว้ 3 กรณี โดยใช้ฐานการส่งออกปี 2569 ที่ขยายตัว 12.9% โดยกรณีต่ำที่สุด ส่งออกไทย ติดลบ 3 % จะมีมูลค่าส่งออกที่ 329,446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านยังไม่บรรลุข้อตกลง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กลับมาตึงเครียด ดันให้ต้นทุนค่าระวางเรือพุ่งขึ้น รวมถึงมาตรการกีดดันการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ขยายวงกว้างครอบคลุมสินค้าหลายรายการ และการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีและวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์เริ่มชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และทิศทางค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยซ้ำเติมการส่งออกไทยในทุกมิติ
ส่วนกรณีฐานกลาง ส่งออกไทยขยายตัวบวก 3% มีมูลค่า 349,824 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงเช่น รักษาระดับการเติบโต แม้ว่าจะมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่ช่วยดูซับความผันผวน และพยุงการส่งออกภาพรวมไว้ได้ ในขณะที่การเผชิญกับแรงกดดันหลังแรงส่งการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าและผู้นำเช้าชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอความชัดเจนของนโยบายภาษีสหรัฐ
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
และกรณีสุดท้ายคือ กรณีที่ดีที่สุดจะทำให้การส่งออกขยายตัวที่ 8% มีมูลค่า 366,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บนปัจจัยหนุนทั้งในเรื่องของการเร่งนำเข้าจากมาตรการ 122 ของสหรัฐฯ และความกังวลสงครามช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงแรงหนุนจากวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ขาขั้น อุปสงค์AI /ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังเติบโตแข็งแรงทั้งปี ในขณะที่สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ยุติในไตมาส 2 ซึ่งจะช่วยให้ค่าระวางเรือทยอยกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ใหม่ ไม่รุนแรงกว่าที่คาด ช่วยชดเชยผลกระทบจากการสิ้นสุดแรงส่งของ Front-loading ช่วงปลายปี และเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถแข่งขันด้านราคาไปต่อได้
หากปีนี้ ส่งออกโต 8% เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 29,245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 7 เดือนจะมีมูลค่า 240,719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการส่งออกไทยทั้งปี 366,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากเป็นบาท มีมูล่า 11.7 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์การส่งออกเช่นกัน
สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวเกือบทุกรายการ
ผอ.สนค. กล่าวถึงมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.2% กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือนโดยสินค้าเกษตร หดตัว 3.1% ที่กลับมาหดตัวหลังจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 13.2% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง อาหารสัตว์เลี้ยง โกโก้และของปรุงแต่ง ถั่วเขียวผิวมัน
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา หดตัว 5.3 % ต่อเนื่อง 13 เดือน หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัว 18.4% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน หดตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ลาว และฟิลิปปินส์ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัว 37.5% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน น้ำตาลทราย หดตัว 33.2% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ไก่สดแช่เย็น
แช่แข็ง หดตัว 26.2% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน และเนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ หดตัว 42.2% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.9%
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน
สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 14.4 % ขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน มีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, อัญมณีและ เครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ), เม็ดพลาสติก, ทองแดงและของที่ทำด้วยผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม, เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยาย 20.9%
สำหรับตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะตลาดหลัก ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ชี้ว่าปริมาณผลผลิตขยายตัวเร่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของประเทศคู่ค้า ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ โดย ตลาดหลัก ขยายตัว 14.2% ตลาดสหรัฐฯ +33.5% ญี่ปุ่น +11.7% สหภาพยุโรป (27) + 18.4% และอาเซียน (5) +29.7%ขณะที่หดตัวในตลาดจีน -2.5% และ CLMV -16.1%
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี69 ขยายตัว 8%
ส่วนตลาดรอง ขยายตัว+ 0.1% ขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย + 9.2% ลาตินอเมริกา+18% รัสเซียและกลุ่ม CIS +7.8% ทวีปแอฟริกา +6.1% และสหราชอาณาจักร +3% ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ - 5.6% และตลาดตะวันออกกลาง - 4.4% และ (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว+ 40% โดยตลาดสหรัฐอเมริกา สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว + 40.3%
ตลาดจีน หดตัว- 2.5% (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว + 8.8%
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัว +11.7% (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว +11.1%
ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัว + 18.4% (ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว + 19.6% เป็นต้น
อ่านข่าว:
ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก
Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง
“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน










