วันนี้ (12 มิ.ย.2569) สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง อาทิ CNN, Reuters, AP และ BBC รายงานข่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ขณะมีพระชนมายุ 47 พรรษา
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีปัญหาสุขภาพและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมาเกือบ 4 ปี ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2565 โดยอ้างอิงแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ว่า พระองค์สิ้นพระชนม์ในช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย.2569 หลังจากอาการทรุดลง เนื่องจากติดเชื้อในช่องท้อง ลำไส้ใหญ่อักเสบ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะและความผิดปกติในการแข็งตัวของพระโลหิต
พร้อมระบุว่า เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นพระธิดาองค์โตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และทรงทำงานเป็นทนายความ
อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศออสเตรีย สโลวีเนียและสโลวาเกีย ก่อนกลับมาดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง ทรงก่อตั้งองค์กรการกุศล เพื่อส่งเสริมสิทธิของผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์ขณะอยู่ในเรือนจำ
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางโทรทัศน์ ถึงการสิ้นพระชนม์ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นความโศกเศร้าในหัวใจของคนทั้งชาติ พระองค์ทรงเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย และความมุ่งมั่นของพระองค์ในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรมและความเสมอภาค จะเป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติตลอดไป
สื่อต่างประเทศ รายงานอีกว่า มีชาวไทยจำนวนหนึ่งไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเข้ารับการรักษา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในอาการโศกเศร้าและถือภาพถ่ายของพระองค์ไว้แนบกาย
อ่านข่าว
ประกาศสำนักพระราชวัง "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์
ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ










