วันนี้ (4 มิ.ย.2569) นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในนามคณะทำงานการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) พรรคภูมิใจไทยมีมติให้ สส. ของพรรคถอนชื่อจากการร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยอ้างอิงว่า มีข้อกังวลว่าเนื้อหาของพรรคภูมิใจไทย อาจจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เกี่ยวกับโมเดล สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งก่อนที่จะให้สภาฯ เป็นผู้เลือก
นายนิกร กล่าวว่า ขณะนั้นพรรคเพื่อไทยมี สส. 77 เสียง จึงมีการหารือว่า ให้ สส. ของพรรคภูมิใจไทยร่วมเข้าชื่อเพื่อให้ครบที่กำหนด 100 เสียง ในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
หลังจากพิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยแล้ว พรรคภูมิใจไทยมีข้อกังวลว่า อาจมีเนื้อหาบางส่วนขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งวินิจฉัยว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามบทบัญญัติหมวด 15 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมได้แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
นายนิกร กล่าวว่า ตนมองว่า การเลือกตั้ง สสร. 300 คน เป็นการเลือกโดยตรง เพราะมีคูหา แต่จะมาเลือกให้เหลือ 100 คน ซึ่งต้นทางมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และยังมีประเด็นอีกว่าหากมีการเลือกกันมาลำดับที่จะได้เสียงที่ชนะ อันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสาม รัฐสภาเลือกแล้วเลือกลำดับสามจะไปแย้งกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกมา
นายนิกร ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแบบนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เกิดกรณีการร้องต่อศาลภายหลัง ทำให้สะดุดเกิดความยุ่งยากก็ทำให้ช้าลง ส่วนความเห็นเรื่องของความนิยม ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยจะทำให้สำเร็จ พูดแล้วทำ ทำแล้วทำสำเร็จ
และเห็นว่า สูตรโมเดล สสร. มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม อาจจะทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ซึ่งทำแบบนี้อาจจะดูดีแต่ไม่สำเร็จอาจจะถูกแย้งหรือถูกร้อง และยังไม่ยืนยันชัดเจนว่า จะรับหลักการร่างของพรรคประชาชนหรือพรรคการเมืองอื่นที่ยื่นมาหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นเนื้อหาของแต่ละร่าง ขอไปพิจารณาของรัฐสภา แต่หลักการของพรรคภูมิใจไทย จะยืนตามร่างเนื้อหาเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย
โดยปฏิเสธการปัดตกร่างของพรรคเพื่อไทย เพราะในขณะนี้ วิปรัฐบาลยังหารือกัน และไม่ได้เป็นห่วงเนื่องจากมี สส. ลงชื่อสนับสนุนร่างของพรรคเพื่อไทยได้ครบตามจำนวนแล้ว เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคไม่ได้มีปัญหาอะไร
นายนิกร กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องรัฐธรรมนูญต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดปัญหาทางกฎหมายจนมีการร้องต่อศาล อาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ พรรคภูมิใจไทยจึงยืนยันที่จะยึดแนวทางตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และเดินหน้าด้วยความชัดเจน
อ่านข่าว :
“พาณิชย์” ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ”
“รังสิมันต์” รับสอบโครงการ TH-AI Passport
"อิมครานิบ 100" ยารักษามะเร็งพระราชทาน ล็อตแรก เตรียมกระจายสู่ รพ.ช่วยผู้ป่วย

