“พาณิชย์” ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ”

เศรษฐกิจ
10:01
จำนวนผู้ชม 177
Thai PBS
“พาณิชย์” ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ”
“พาณิชย์” ยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก พร้อมผลักดันงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือไทยสู่การเป็น ของขวัญแห่งชาติ หรือ National Gift รองรับความต้องการขององค์กรและสังคมยุคใหม่ และมุ่งสู่ความยั่งยืน คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการฐานราก ช่างฝีมือ และธุรกิจชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ผู้ผลิตไทย โดยภายในงานปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 380 รายจากทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มช่างหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่นำเสนอผลงาน และคอลเลกชันสร้างสรรค์ร่วมสมัย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานคราฟต์เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือ ผู้ประกอบการชุมชน และผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์จากทั่วประเทศ ให้ได้นำผลงานที่ภาคภูมิใจมานำเสนอสู่สาธารณชน สะท้อนพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ ยังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง SACIT กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยมุ่งช่วยปกป้องคุณค่าของงานฝีมือไทย ทั้งของช่างฝีมือดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ประกอบการไปจนถึงการทำตลาด และขยายช่องทางการขาย เพื่อให้ผู้มีฝีมือและผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเติบโตและสร้างรายได้

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก  ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการนำมาจัดแสดง เช่น กระเป๋านวัตกรรมงานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ผสมเส้นใยไหม รวมถึงผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ร่วมสมัยหลากหลายประเภท โดยภายในงานมีการจัดแสดง และจำหน่ายผลงานจากผู้ผลิตไทย หน่วยงานพันธมิตร และผลงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ สะท้อนความหลากหลายของงานคราฟต์ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่

ด้านนาย อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า งาน Crafts Bangkok 2026 เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนบทบาทการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก ผ่านการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับฝีมือช่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี

นาย อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

นาย อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

Crafts Bangkok 2026 ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Craft Journey” ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่ต้นกำเนิดของวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยทักษะฝีมือช่าง สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและคุณค่า เชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขณะที่ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การลงนาม MOU ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ SACIT ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือที่ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันสานต่อภารกิจในการส่งเสริม และสนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับงานศิลปหัตถกรรมไทย

พร้อมขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาแก่ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม สมาชิก SACIT ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม นักออกแบบ และบุคลากรของ SACIT รวมกว่า 500 คน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ SACIT

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ SACIT

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลงาน ยกระดับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงผลักดันให้งานศิลปหัตถกรรมไทยให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ อาทิ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และลิขสิทธิ์ เพื่อปกป้องสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงาน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้ง 2 หน่วยงานยังมุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดผลงานหัตถศิลป์ไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยสนับสนุนการนำผลงานศิลปหัตถกรรมไทย เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)

เปิดพื้นที่นำเสนอผลงานบนแพลตฟอร์มตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา (IP Mart) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และขยายตลาดให้แก่ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก  ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

งานศิลปหัตถกรรมไทยมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ หากได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสม จะสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมาก

โดยพบว่าสินค้าในกลุ่มงานหัตถกรรมและผ้าไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวม 46 รายการ สามารถสร้างมูลค่าการตลาดในปี 2568 รวมสูงถึง 637 ล้านบาท โดยกระจูดพัทลุง ครองแชมป์สร้างมูลค่าสูงสุด 150 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ นิลเมืองกาญจน์ ผ้าไหมสาเกต ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ และเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ตามลำดับ

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก  ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

ด้านผู้ประกอบการ จากร้านวิเศษศิลป์ ซึ่งผลิตของตกแต่งบ้านโดยใช้วัตถุดิบจากทองเหลืองมาผลิตเป็นสินค้า กล่าวว่า ใช้เทคนิคหัตถกรรมโบราณจากการ ตี ตัด ดัด เคาะ มาทำเป็นเครื่องบูชาวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของตกแต่งบ้าน โดยส่วนใหญ่ทำจากทองเหลือง ซึ่งมีความโดดเด่นและสวยงาม โดยเข้าร่วมงานกับ SACITและออกงานงาน Crafts Bangkok เป็นปีที่ 4 แล้ว โดยปีนี้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วย ทำให้ได้รับการความสนใจจากประชาชนที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

เครื่องทองเหลือง จ.พระนครศรีอยุธยา

เครื่องทองเหลือง จ.พระนครศรีอยุธยา

เช่นเดียวกับผู้ผลิตหมอนปล่องจากจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ต่อยอดมาจากหมอนที่คนสมัยก่อนนิยมทำกันเพื่อใช้ในงานต่างๆ ทำให้มองเห็นโอกาสว่า หากนำมาตอยอดและดีไซส์ให้มีความทันสมัยมากขึ้นน่าสร้างรายได้ และต่อยอดงานหัตถกรรมของคนในชุมชนได้ และยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับคนเฒ่าคนแก่ให้ได้มีงานทำด้วย โดยลูกค้า 90%เป็นต่างชาติ ที่นิยมซื้อไปตกแต่งบ้าน และเป็นของฝาก

หมอนปล่อง จ.ลำพูน

หมอนปล่อง จ.ลำพูน

ต้องบอกว่า งาน Crafts Bangkok 2026 ปีนี้มีความคึกคัก เพราะมีร้านค้าทั้งจากวิสาหกิจชุมชน ร้านโอทอป ผู้ประกอบการร้านเล็กๆ ที่สืบสานจากภูมิปัญหาท้องถิ่นและสืบทอดองค์ความรู้จากคนในชุมชนหรือจากรุ่นพ่อแม่มาพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกว่า 300 ร้าน และราคาสินค้ามีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ให้ผู้ที่ต้องการเสพงานศิลป์และอุดหนุนหัตถกรรมไทย จากผู้ประกอบการไทย ให้สามารถขยายตลาดและสร้างรายได้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว

อ่านข่าว:

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” เสน่ห์วิถีชุมชนมอญสู่งานคราฟต์ที่โดดเด่น

มูลค่า “ความต่าง”และ “ตัวตน” “คำตอบ” ทำไม? งานคราฟต์ ถึงแพง

Crafts Bangkok “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ต่อยอดหัตถกรรมไทยสู่ตลาดโลก