วันนี้ (26 พ.ค.2569) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวกรณีเครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 31 คน และได้รับบาดเจ็บ 71 คน และเหตุคานปูนถล่ม โครงการทางหลวงพิเศษ หมายเลข 82 หรือ มอเตอร์เวย์ พระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569
โดยระบุว่า กรณีเครนถล่มในโครงการรถไฟทางคู่ อ.สีคิ้ว ผลสอบพบว่าผู้รับจ้างไม่มีการขออนุญาตทำงาน (Work Permit) ไม่มีการปิดเส้นทางเดินรถระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ตรวจสอบเครื่องจักรให้ครบถ้วน และไม่มีวิศวกรควบคุมความปลอดภัยอยู่หน้างานจริง ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเครนผิดขั้นตอน จนโครงสร้างรับน้ำหนักพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ
ส่วนกรณีคานปูนและเครนถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 ผลสอบระบุว่า เกิดจากการติดตั้งอุปกรณ์รองรับเครน ผิดแบบวิศวกรรม ทำให้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน เหล็กขยายตัวและเกิดแรงดันสะสมจนโครงสร้างเสียสมดุลและพังถล่ม
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท.อยู่ระหว่างรวบรวมความเสียหายและรอความเห็นจากอัยการสูงสุด ประกอบการพิจารณาด้านกฎหมาย โดยยืนยันว่าผู้รับจ้างยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า หลังจากนี้จะดำเนินการเอาผิดทั้งคดีอาญา ความผิดทางวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพวิศวกร โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบเชิงนิติวิศวกรรมให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ทางกรมทางหลวง และการรถไฟฯ จะยังไม่ยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างเดิม เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อโครงการและประชาชน เพราะงานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้ว ซึ่งหากมีการยกเลิกสัญญา อาจทำให้โครงการล่าช้าและเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย
ส่วนการใช้สมุดพกผู้รับเหมา หรือระบบแบล็กลิสต์ กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ยังต้องรอหลักเกณฑ์จากกรมบัญชีกลางก่อน จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที
อ่านข่าว :
รฟท.เยียวยาผู้เสียชีวิต 1.6 ล้าน เหตุเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว
การรถไฟฯ จัดพิธีบังสุกุล อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่ม
เครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว เสียชีวิต 32 คน สูญหาย 3 คน - รฟท.สั่งสอบใน 15 วัน










