วันนี้ (20 พ.ค.2569) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) กล่าวว่า ททท. หารือร่วมกับหน่วยงานเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้ทั่วโลก ต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนของสินค้าและบริการทั่วโลก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.)
การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่ในสภาวะ Wait & See หรือ รอดูสถานการณ์ไปก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการเดินทางมากขึ้น ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ ในขณะที่ยอดจองลดลงประมาณ 10%จากนักท่องเที่ยวที่กังวลเรื่องค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI ระบุว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากนักท่องเที่ยวอังกฤษ ลดลงราว 10% จากความกังวลด้านสงครามและค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น
ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังประเทศที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่า ความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญ และการท่องเที่ยวคุณภาพ
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ผู้ว่าททท. กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้น ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก
สำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลบริบทการเมืองระหว่างประเทศอยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลช่วงเดือนม.ค.–เม.ย.2569 พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรป มีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และในบางตลาดยังคงเติบโต เช่น ตลาดสแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยว
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดท่องเที่ยวในไทยยังคงรักษาระดับได้ เป็นเพราะช่วง High Season ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยบางส่วนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ในขณะที่ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น Holiday Destination ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
โดยช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ททท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ร่วมกันผลักดัน การเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จากทั้งภูมิภาคอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้าน Connecting ผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย มีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ตลาดตะวันออกกลาง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure หรือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ได้ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ
สำหรับช่วงเดือนพ.ค.–ส.ค. นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่ มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จำนวนที่นั่งในการเข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ททท. ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้เติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ททท. เชื่อว่า หากความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับเข้ามาเดินทางเข้าไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนก.ค.–ก.ย. ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแข่งขันจากประเทศ ที่มีค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวถูกกว่าอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการและภาครัฐ ยังจำเป็นต้องเร่งรักษาจุดแข็ง ด้านคุณภาพบริการ มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ปิดเทอมอินเดีย นักเที่ยวแดนภารตะแห่เข้าไทยแตะ 5 หมื่นคน
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทาง จากการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ family ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนในอินเดีย
โดยนักท่องเที่ยวตลาดอินเดีย เดินทางเข้ามาแตะระดับกว่า 5 หมื่นคนในสัปดาห์นี้ และการมีวันหยุดต่อเนื่องในอินโดนีเซีย อีกทั้งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเช่นกันจากเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการในเส้นทางปกติ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ชะลอตัวด้านการเดินทางจากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 469,173 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3,584 คน
โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (86,394 คน) มาเลเซีย (69,445 คน) อินเดีย (49,999 คน) รัสเซีย (16,528 คน) และไต้หวัน (16,024 คน) ส่วนนักท่องเที่ยวไต้หวัน และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 14.50 และร้อยละ 8.06 ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย จีน และมาเลเซีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น มีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ วันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอิสราเอล สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ และปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ภาพรวมการท่องเที่ยวข้อมูล วันที่ 18 พ.ค.2569 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 17 พ.ค.2569 ทั้งสิ้น 12,908,321 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 629,569 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,151,898 คน) มาเลเซีย (1,459,942 คน) อินเดีย (948,960 คน) รัสเซีย (912,085 คน) และเกาหลีใต้ (509,762 คน)
อ่านข่าว:
สแกนเมืองท่องเที่ยว พบคนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว กว่า 5 หมื่นราย
“ไทยเที่ยวไทย”ยังฮอต “ภาคเหนือ” ครองแชมป์ นักเที่ยวนิยมปักหมุดเช็คอิน
“เที่ยวตามรอยลิซ่า” ปลุกกระแส “ท่องเที่ยว”ในประเทศคึกคัก
รายงานโดย น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาฝึกงาน
