เปิดเทอมสะเทือนกระเป๋า! ผู้ปกครองเร่งหารายได้เพิ่ม รับค่าใช้จ่ายพุ่ง

เศรษฐกิจ
18:19
จำนวนผู้ชม 43
เปิดเทอมสะเทือนกระเป๋า! ผู้ปกครองเร่งหารายได้เพิ่ม รับค่าใช้จ่ายพุ่ง
Botnoi Voice
ใกล้เปิดเทอม หลายครอบครัวต้องเร่งหาเงินรับมือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเทอม ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากเลือกซ่อมชุดเก่า ใช้ของต่อจากพี่น้อง และบางส่วนต้องนำทรัพย์สินไปจำนำเพื่อหมุนเงินใช้จ่าย

วันนี้ (8 พ.ค.2569) บรรยากาศก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 หลายครอบครัวกำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าเทอม ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากต้องหารายได้เสริม และพยายามลดค่าใช้จ่ายทุกทาง

ที่ตลาดพระประแดง จ.สมุทรปราการ นางประภาพร วันแว่น ผู้ปกครองและแม่ค้าขายขนมจีบ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ต้องเร่งหารายได้เพิ่ม นอกจากขายขนมจีบในตลาด ยังต้องทำส่งตามร้านอาหารและฝากขายตามร้านค้าต่าง ๆ เพราะมีลูก 2 คนอยู่ในวัยเรียน และต้องเตรียมเงินสำหรับซื้อชุดนักเรียนรวมถึงอุปกรณ์การเรียนก่อนเปิดเทอม

ขณะที่ จ.อุทัยธานี ร้านรับตัดเย็บเสื้อผ้าและซ่อมชุดนักเรียนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยนายณัฐวัช มานะเสถียร เจ้าของร้านรับซ่อมชุดนักเรียน ระบุว่า ปีนี้มีผู้ปกครองนำชุดเก่าของพี่มาแก้ทรงให้น้องใช้ต่อมากกว่าทุกปี บางชุดเป็นชุดนักเรียนที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยเฉพาะชุดลูกเสือที่มีราคาค่อนข้างสูง

ส่วนร้านจำหน่ายชุดนักเรียนในตัวเมืองอุทัยธานี แม้ยังตรึงราคาสินค้าไว้เท่าเดิม พร้อมจัดโปรโมชันดึงลูกค้า เช่น เสื้อนักเรียนราคา 250-260 บาท กางเกงนักเรียนประมาณ 300 บาท และบริการปักชื่อฟรี แต่พนักงานขายยอมรับว่า จำนวนลูกค้าลดลงจากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพราะหลายครอบครัวหันไปใช้ชุดเก่าหรือซ่อมแซมแทนการซื้อใหม่

อีกด้านหนึ่ง โรงรับจำนำเริ่มกลับมาคึกคักก่อนเปิดเทอม ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองอุทัยธานี มีประชาชนนำทรัพย์สินมาจำนำเพิ่มขึ้น ทั้งทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ปั๊มน้ำ รวมถึงถังแก๊สหุงต้มและขันเงินโบราณ เพื่อนำเงินสดไปหมุนเวียนใช้จ่ายในครอบครัว

นางพัทยา เทียนแสง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองอุทัยธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สำรองเงินสดไว้ประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการของประชาชนในช่วงเปิดเทอมและฤดูทำนา

พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลดดอกเบี้ยพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2569 โดยเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือนในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นคิดร้อยละ 0.50 ต่อเดือน ส่วนวงเงินเกิน 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อเดือน และหลัง 3 เดือนคิดร้อยละ 1 ต่อเดือน

ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น กำลังสร้างแรงกดดันต่อผู้ปกครองจำนวนมาก จนหลายครอบครัวต้องประหยัดทุกทาง เพื่อให้ลูกหลานได้มีโอกาสกลับเข้าสู่ห้องเรียนในช่วงเปิดเทอมปีนี้

อ่านข่าวอื่น :

พ่อบุญธรรมญี่ปุ่น รับสารภาพ ฆ่าลูกวัย 11 หลังถูกพูดว่า "ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ"

จับ "เครื่องสำอาง"ปลอม 7 แสนชิ้น โกดังย่านสมุทรปราการ

ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่บุกจับกองถ่าย "ซีรีส์จีน" ไม่ขออนุญาตถ่ายทำ