วันนี้ (8 พ.ค.2569) เวลา 15.30 น. นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมงานรำลึก 34 ปี พฤษภาทมิฬ 2535 โดยขอให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณชดใช้เยียวยาญาติวีรชนเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการอิสระฯ, สอบสวนและเปิดเผยความจริงคนหายในเหตุการณ์พฤษภา 35 และเร่งผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลการประชามติของประชาชน โดยเอารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 เป็นฐาน โดยมีรายละเอียดจดหมาย ดังนี้
1.ขอให้รัฐบาลสั่งการชดใช้ค่าเสียหายแก่ญาติวีรชนผู้เสียชีวิตและสูญหาย ในเหตุการณ์พฤษภา 2535 เพื่อเป็นบรรทัดฐานทางสังคม ตามหลักการสากลในอัตราก้าวหน้า ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระ เพื่อติดตามผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 (คุณอานันท์ ปันยารชุน ประธานฯ) เนื่องจากที่ผ่านมามีเพียงการจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น รวมถึงจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม 2535
2.ขอให้รัฐบาลสอบสวนหาและเปิดเผยความจริง ให้แก่สาธารณะรับทราบ กรณีคนหายในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 กว่า 38 คน และการสูญหายของนายทนงค์ โพธิ์อ่าน ผู้นำแรงงาน ภายหลังการรัฐประหารเดือนกุมภาพันธ์ 2534 เพื่อชำระประวัติศาสตร์เหตุการณ์พฤษภา 35 และเพื่อสร้างบรรทัดฐานและให้ความร่วมมือแก่คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการหายสาบสูญโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจแห่งสหประชาชาติ
3.เร่งผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 เป็นรากฐาน ซึ่งถูกร่างขึ้นจากเจตนารมณ์การปฏิรูปการเมืองหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 และเคยเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง จากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ การประชามติที่ผ่านมา ยังมีเสียงท่วมท้นจากประชาชนทั่วประเทศ เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายเมธา กล่าวว่า การประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 นั้น ประชาชนกว่า 21 ล้านคนมาลงประชามติ เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผลพวงของการประชามติจากประชาชนซึ่งเป็นเสียงสวรรค์ จึงผูกพันต่อทั้งรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องเร่งผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วตามเจตนาประชาชน
ตนขอเรียกร้องให้การประชุม ครม. วันอังคารที่จะถึงนี้ ก่อนครบรอบ 60 วัน ให้นายกรัฐมนตรีนำเรื่องเข้าหารือเสนอให้ยืนยันกฎหมาย โดยนำเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2-3 ของรัฐสภาก่อน มาพิจารณาต่อ ก่อนหมดเขตวันที่ 13 พ.ค.2569 นี้ ซึ่งการแก้ไขมาตรา 256 โดยให้มีการตั้ง สสร. มาร่างใหม่ทั้งฉบับ จะตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาประชามติ หรือไม่ก็สามารถเสนอกฎหมายดำเนินการตามผลประชามติได้เลย เนื่องจากเป็นฉันทานุมัติจากประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องประชามติอีกหลายรอบตามกลลวงของเนติบริกร
หากรัฐบาลอนุทินไม่ดำเนินการ ตามผลพวงประชามติจากประชาชนแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะอยู่บริหารบ้านเมืองต่อ โดยไม่สนใจและเคารพเสียงประชาชน เพราะการประชามติ คือประชาธิปไตยทางตรง ที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับและปฏิบัติตาม โดยผมอยากให้รัฐบาลนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งเป็นผลพวงจากการปฏิรูปการเมืองจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 นำกลับมาเป็นฐานในการร่างใหม่ เนื่องจากมีส่วนร่วมจากประชาชนอย่างกว้างขวางและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เพื่อเปิดประตูสังคมประชาธิปไตยในยุคใหม่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างสังคมสมานฉันท์ ยุติคดีการเมืองต่าง ๆ และพัฒนาชาติบ้านเมืองร่วมกันในวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่ของมหาอำนาจ เพื่อเป็นชาติที่มีความมั่นคงแข็งแรงให้ได้
อ่านข่าว :
"ภราดร" แจง ครม.ไม่ยืนยันร่าง รธน.เดิมเสี่ยงถูกตีตก ให้สภาฯ ชุดใหม่เสนอ
"กรณ์" เผยคุย ปชน.แล้ว จ่อยื่น ปธ.สภาฯ ส่ง ศร.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
"พริษฐ์" จวกรัฐไม่จริงใจ ไม่คิดแก้ไข รธน.ตามเสียงประชามติ
