วันนี้ (8 พ.ค.2569) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชน จะร่วมลงชื่อกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลออกนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ขอบคุณพรรคประชาชนที่มีมติเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) ที่จะยื่นคำร้องร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการลงชื่อร้องผ่านประธานสภาฯ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ร่างคำร้องไว้แล้ว คาดว่าใช้เวลา 1-2 วัน ในการปรึกษารายละเอียดคำร้อง ขณะนี้ลงนามร่วมกันไว้แล้วว่า จะยื่นให้ถึงมือประธานสภาฯ ภายในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ และช้าสุดไม่เกินวันที่ 12 พ.ค.
นายกรณ์ กล่าวว่า จะเป็นการเสนอเพียงร่างเดียว โดยในมุมมองหลักนั้นเห็นตรงกันว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงินฯดังกล่าว ไม่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 พร้อมระบุว่า ทุกรัฐบาลมีสิทธิที่จะกู้เงินมาใช้ในการดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
โดยที่สถานะการคลังของประเทศอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมั่นคง หากเปรียบเทียบกับหลายประเทศ และอีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานะการคลังของประเทศค่อนข้างดี คือทุกรัฐบาลมีเงื่อนไขข้อจำกัดว่า จะสามารถกู้เงินมาใช้ได้ปีละเท่าใด และทุกรัฐบาลสามารถมีงบขาดดุลได้ เช่นเดียวกันกับรัฐบาลปัจจุบัน ที่จะเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่ขาดดุลอยู่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเต็มเพดานการกู้ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า แต่กฎหมายก็เปิดช่องยืดหยุ่นให้กับทุกรัฐบาล แม้จะขาดดุลเต็มเพดาน แต่หากเกิดวิกฤต หรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะในช่วงการจัดเตรียมงบประมาณ จึงถือเป็นสิทธิที่รัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ตามมาตรา 172 ซึ่งคำว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
นายกรณ์ กล่าวว่า คำว่าวิกฤตหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น รัฐบาลอ้างว่าวิกฤตเกิดจากราคาน้ำมันที่สูง แต่พรรคประชาธิปัตย์บอกกับรัฐบาลมาโดยตลอดว่า ราคาน้ำมันไม่จำเป็นต้องสูงขนาดนี้ โดยสามารถปรับวิธีการคำนวณราคาน้ำมัน
ซึ่งรมว.พลังงาน ยอมรับว่าสูตรการคำนวณราคาน้ำมันอ้างอิงจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานในการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่รู้ข้อสรุปว่าเป็นอย่างไรและยังคงใช้สูตรเดิมอยู่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำได้ทันที คือการลดภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำ ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างการะออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในอดีต คือ ปี 2541 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง GDP ติดลบ 8 ไตรมาสติดต่อกัน และในปี 2552 ซึ่งตนเป็น รมว.คลัง และรัฐบาลนี้ก็อ้างมาหลายครั้งว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาลก็ออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เหมือนกัน แต่ขอให้นำสถานการณ์มาเปรียบเทียบกัน เพราะในปี 2552 คือ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง ขณะนั้นอยู่ท่ามกลางวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดย GDP ติดลบ 7% กว่า และทั้งปีติดลบ 2% กว่า จึงชัดเจนว่า หากไม่มีการกู้เพื่อนำมาเติมเงินคงคลัง จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีวิกฤตโควิด-19 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะนี้ GDP ติดลบ 6% ประชาชนออกไปทำมาหากินไม่ได้ โดยทั้ง 3 ครั้ง จะเห็นได้ว่าระดับวิกฤตของเศรษฐกิจ GDP ติดลบขนาดไหน แต่วันนี้ประชาชนเดือดร้อนก็จริง แต่โดยรวมรัฐบาลก็คาดว่า GDP ปีนี้ยังโตขึ้น อยู่ประมาณ 1.5% ถึงแม้ว่าจะโตช้า แต่ก็ยังไม่ติดลบ
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การรวบรวมรายชื่อของพรรคฝ่ายค้านนั้น มีรายชื่อ สส.พรรคกล้าธรรมด้วยหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมแล้ว ซึ่งต้องรอมติพรรคกล้าธรรม ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ครบ 21 คน พรรคประชาชนน่าจะครบ 100 คนแล้ว โดยรวมถือว่าเกินเกณฑ์ที่ต้องใช้แล้ว
ในส่วนของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ทำเรื่องที่อยากทำไม่ได้ เพราะฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดยโครงการคนละครึ่ง ที่พรรคภูมิใจไทยหาเสียงไว้ เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ระบุไว้ในนโยบายที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอยู่ที่ข้อ 8 ระบุว่าจะใช้วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท และเงินทุกบาททุกสตางค์มาจากงบประมาณ จึงเกิดคำถามว่า วันนี้งบประมาณหายไปไหน อย่างน้อย 4.4 หมื่นล้านบาท รัฐบาลต้องทำได้แล้ว โดยไม่ต้องมี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
นายกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนโครงการช่วงที่ 2 ที่จะกู้เงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พูดในสภาฯ ว่า จะกู้ในปี 2570 ยิ่งเกิดเป็นคำถามว่า เหตุใดต้องกู้เป็น พ.ร.ก. หากจะกู้ในปี 2570 ก็สามารถใช้งบประมาณปี 2570 ได้ จึงชัดเจนว่าไม่ได้เข้าเกณฑ์ความจำเป็นเร่งด่วนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อถามว่า จะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงพิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ หรือไม่ เนื่องจากจะนำเข้าสู่การประชุมสภาฯ ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญระบุว่าต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะพิจารณา และเมื่อมีการยื่นฯ แล้ว ต้องรอให้ศาลฯ พิจารณาแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน โดยมั่นใจว่าประธานสภาฯ จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วยความรวดเร็ว
อ่านข่าว :
"พริษฐ์" จวกรัฐไม่จริงใจ ไม่คิดแก้ไข รธน.ตามเสียงประชามติ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศยกเลิก 13 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เหตุล้าสมัย
"ชากีรา" ปล่อยทีเซอร์ "Dai Dai" เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
