วันนี้ (6 พ.ค.2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า ตั้งเป้าจะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย "ค่าโดยสารร่วม" และ "ตั๋วร่วม" ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าให้ประชาชนเริ่มใช้ระบบได้เป็นของขวัญปีใหม่ ในเดือน ม.ค.2570 พร้อมผลักดันการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าทั้งโครงข่าย ลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง
พร้อมยืนยันว่า การซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าต้องหารือกับเอกชนก่อน ส่วนจะออกมาในรูปแบบใด ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับหนี้สาธารณะ
เงินที่จะซื้อคืน ไม่กระทบกับหนี้สาธารณะ ยืนยันว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังน่าจะสบายใจได้ จะใช้วิธีการใดก็ได้ที่ไม่กระทบเงินที่จะใช้เท่าไหร่ยังไม่สามารถบอกได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อ อาจจะหารือมาในรูปแบบตั๋วร่วมได้ หรือเราซื้อเป็นอีกรูปแบบต้องดูว่ารัฐได้ประโยชน์
กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม. อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบอัตราค่าโดยสารร่วม ทั้งการกำหนดเพดานค่าโดยสาร แนวคิดการคิดค่าโดยสารแบบโซน รวมถึงระบบ Single Ticket และ Common Ticket โดยต้องทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และผู้ให้บริการแต่ละสาย เนื่องจากแต่ละโครงการมีรูปแบบสัมปทานและสัญญาร่วมลงทุนแตกต่างกัน
เบื้องต้น สายที่รัฐถือครองโครงสร้างพื้นฐานเอง เช่น สายสีม่วง และสายสีแดง จะสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่า ขณะที่สายสัมปทานเอกชนยังต้องอาศัยการเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญา โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับกรุงเทพมหานครในประเด็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อผลักดันค่าโดยสารร่วมทั้งระบบในอนาคต
สำหรับรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ รฟม. เตรียมเดินหน้าศึกษาสายสีเทา และสายสีเงิน โดยสายสีเทาจะมีการทบทวนรายละเอียดใหม่ทั้งหมด ทั้งศักยภาพผู้โดยสาร และปรับแบบให้เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ เนื่องจากศึกษามานานเกิน 5 ปี
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีแนวคิดพัฒนาเป็นทางด่วน ซึ่งอาจกระทบแนวเส้นทาง ทำให้ต้องกลับมาทบทวนแบบโครงการใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ คาดว่า ผลการศึกษาสายสีเทาและสีเงินจะเริ่มได้ภายใน 2-3 เดือน ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี และมีแนวโน้มเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อแบ่งเบาภาระงบประมาณรัฐ
"พิพัฒน์" เร่งดันค่าโดยสารร่วม-รถไฟฟ้าสายใหม่
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี หรือสายสีส้มตะวันออก ขณะนี้งานระบบมีความคืบหน้าประมาณ 58% และเตรียมรับมอบขบวนรถชุดแรกในเดือนตุลาคมปีนี้ หากไม่มีผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่กระทบต่อการส่งมอบรถ คาดว่า จะเริ่มทดสอบระบบได้ทันที และมีโอกาสเปิดให้บริการได้เร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่วางเป้าหมายไว้ต้นปี 2571 โดยผู้รับจ้างประเมินว่าอาจเปิดบริการได้ช่วงปลายปี 2570
ขณะเดียวกัน รฟม. ยังเดินหน้าพัฒนาเชิงพาณิชย์ หรือ TOD รอบสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะพื้นที่สถานีพระราม 9 ที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกับหน่วยงานรัฐ เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่จะมีทั้งพื้นที่บริการทางการแพทย์ ศูนย์สุขภาพ พื้นที่คัดกรองโรค และพื้นที่เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารที่ต้องการการรักษา
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาพื้นที่เชื่อมต่อระบบรางกับรถโดยสารสาธารณะ โดย ขสมก. ได้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อจัดทำจุดจอดรถโดยสารไฟฟ้า หรือรถเมล์อีวี โดยจะมีท่ารถเมล์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง ซึ่ง รฟม. มองว่า นอกจากสร้างรายได้จากค่าเช่าพื้นที่แล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสารและสนับสนุนบริการสาธารณะร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ
ขณะที่การจัดหาขบวนรถเพิ่มเติม รฟม.ระบุว่า ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้สั่งซื้อขบวนรถใหม่เพิ่มเติมแล้ว เป็นรถรุ่นใหม่ของซีเมนส์ ที่ปรับปรุงเทคโนโลยีและการออกแบบภายในให้ทันสมัยมากขึ้น คาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบตั้งแต่กลางปีหน้า และใช้เวลาทดสอบประมาณ 5 เดือนก่อนนำเข้าสู่ระบบบริการ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า
ทั้งนี้แนวคิดเชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กับสถานีขนส่งหมอชิต 2 รฟม. ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ SRTA ซึ่งดูแลพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้า และรถโดยสารเข้าด้วยกัน โดย รฟม.จะสนับสนุนข้อมูลด้านเทคนิคเพื่อใช้ประกอบการศึกษาพื้นที่และระบบเชื่อมต่อในอนาคต
"พิพัฒน์" เร่งดันค่าโดยสารร่วม-รถไฟฟ้าสายใหม่
ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาค รฟม. ยังคงเดินหน้าผลักดันรถไฟฟ้าภูเก็ต เชียงใหม่ และนครราชสีมา โดยทุกโครงการมีแนวโน้มใช้รูปแบบ PPP Gross Cost เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเดินรถ โดยความคืบหน้าล่าสุด โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ขณะนี้ต้องรอให้กรมทางหลวงดำเนินการปรับปรุงถนนให้แล้วเสร็จก่อนการสร้างรถไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางและเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร คาดว่าจะสามารถเสนอ ครม. พิจารณาได้ในช่วงปลายปี 2570-2571 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2575
โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.เชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี-อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนแล้ว 2 ครั้ง คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปี 2575 และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์ – สถานีร่วมจอหอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแนวเส้นทางใหม่โดยเปลี่ยนจากเส้นทางเดิม 30-40% คาดว่าเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2575
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขเหตุทรุดตัวบริเวณก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ผู้ว่าการ รฟม. ยืนยันว่า สรุปสาเหตุสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยเหตุภายนอกเหนือการควบคุมในพื้นที่ ภาพรวมงานโยธายังเดินหน้าได้ตามแผน 70% ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุมีความคืบหน้าแล้ว 80% โดยคาดว่า จะคืนผิวจราจรได้ช่วง พ.ค.ปีหน้า และเปิดพื้นที่เต็มรูปแบบภายในปลายปี พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่ากระทบกรอบเวลาเปิดให้บริการทั้งโครงการ เนื่องจากงานก่อสร้างส่วนอื่นยังดำเนินการควบคู่กันได้ต่อเนื่อง
อ่านข่าว :
"ดร.ดามพ์" เทียบ "MOU 44 - UNCLOS" กลไกแก้พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
BOI ไฟเขียว 6 โครงการทุ่มงบเฉียด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล
ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉม "พลังงานไทย"
