รมช.เกษตรฯ เรียกกรมประมงแจงแอปฯ ปลา AI 9.1 ล้าน หากไม่คุ้มค่าเดินหน้าสอบ

เศรษฐกิจ
16:28
จำนวนผู้ชม 644
รมช.เกษตรฯ เรียกกรมประมงแจงแอปฯ ปลา AI 9.1 ล้าน หากไม่คุ้มค่าเดินหน้าสอบ
Botnoi Voice
รมช.เกษตรฯ เรียกอธิบดีกรมประมง แจงแก้ปัญหาแอปพลิเคชันปลา AI ชี้ พอรับได้ ยังไม่เกิดพิรุธ สั่งตรวจสอบต่อเนื่อง หากพบปัญหาไม่คุ้มค่าเดินหน้าสอบต่อ ด้านผู้ทรงคุณวุฒิเผยโครงการแอปฯ เป็นงบของดีอี อ้าง AI กำลังเรียนรู้ขั้นประถม รอเรียนรู้เพิ่มเติม

วันนี้ (5 พ.ค.2569) นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการพูดคุยกับ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีเข้าชี้แจงการจัดทำโครงการแอปพลิเคชัน "Thailand FishAI" ของกรมประมง ในเรื่องของความคุ้มค่า และความโปร่งใสของโครงการฯ

รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การเรียกอธิบดีกรมประมงเข้าชี้แจงครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายละเอียดโครงการฯ เนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 30 วัน โดยอธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว ไม่ได้ใช้งบประมาณของกรมประมง แต่เป็นการของบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ปี 2568

โดยผ่านการประสานงานจาก นายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง โดยได้งบประมาณจำนวน 9.1 ล้านบาท จำแนกเป็น การพัฒนามันสมอง AI จำนวน 5 ล้านบาท จัดทำแอปพลิเคชัน 1 ล้านบาท การจัดทำเว็บไซต์ 1 ล้านบาท และ พัฒนาระบบคลาวด์ อีก 1 ล้านบาท ตลอดจนการซื้อคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และ ระบบหลังบ้าน

พร้อมยืนยันว่า จากการหารือในครั้งนี้ ยังไม่เห็นความผิดปกติของโครงการดังกล่าว แต่ยอมรับจำนวนเงินที่ลงทุนกับประสิทธิภาพการใช้งานในขณะนี้ ยังไม่เกิดความคุ้มค่า ซึ่งตนกำชับให้กรมประมง ผู้รับจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อทำให้ประสิทธิภาพการใช้งาน โดยเฉพาะการแยกชนิดปลาที่ยังมีข้อจำกัด พยายามผลักดันทำให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด หากพบปัญหาก็ต้องเร่งแก้ไข เพื่อเกิดความเรียบร้อย

ส่วนกรณีที่ตั้งคำถามถึง บริษัทผู้รับจ้างในโครงการนี้ และยังรับงานกรมประมงอีกหลายโครงการ ได้รับการเอื้อประโยชน์หรือไม่ จากการสอบถามฝ่ายกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ให้ข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าว มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบความผิดปกติ ในเรื่องความไม่โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ณ ปัจจุบัน ยังไม่ถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้จะติดตามการทำงานของแอปพลิเคชันดังกล่าวรายสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนกรณีที่ สส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดของโครงการ โดยเฉพาะการจัดทำ TOR จัดซื้อจัดจ้าง ก็พร้อมเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบโครงการของกรมประมง ไม่ได้เพื่อกลบกระแสข่าว การโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงหรือไม่ แต่ตนมีหน้าที่กำกับดูแลกรมประมงโดยตรง อะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็พร้อมเรียกตรวจสอบได้ทุกโครงการ

ด้านนายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง และหัวหน้าโครงการ "Thailand FishAI" กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเป็น "ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่" รวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ควบคู่กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยจำแนกชนิดปลา และสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ

สำหรับแอปพลิเคชัน ยังเป็นช่องทางให้ประชาชน สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อเพิ่มฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ สำหรับกรณีที่ระบบเกิดความคลาดเคลื่อนในการจำแนกชนิดปลาในช่วงเริ่มต้น

ทั้งนี้ทีมวิจัยเร่งปรับปรุงระบบแล้ว โดยเพิ่มกลไกคัดกรองข้อมูล หากเป็นภาพที่ไม่ใช่ปลา ระบบจะไม่แสดงผลจำแนก แต่จะแจ้งให้ผู้ใช้งานส่งภาพใหม่ที่ชัดเจนแทน โดยปัจจุบันระบบสามารถจำแนกปลาได้ประมาณ 50–52 ชนิด ซึ่งเป็นชนิดปลาที่อยู่ในฐานข้อมูล และมีความแม่นยำในระดับสูง

โดยผ่านการคัดเลือกโมเดลที่มีความแม่นยำมากกว่า 70% ก่อนนำมาใช้งานจริงส่วนการพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก โดยโครงการนี้จัดเก็บภาพปลาจริงมากกว่า 50,000 ภาพ จากแหล่งเพาะเลี้ยงของกรมประมง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพสำหรับการฝึกสอน และหลีกเลี่ยงปัญหาด้านลิขสิทธิ์

ในด้านแนวทางพัฒนา กรมประมงเลือกพัฒนา AI ภายในประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยทางข้อมูล และลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว เนื่องจากหากใช้บริการจากต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายต่อการประมวลผลในแต่ละครั้ง ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสะสม

อ่านข่าว :

อย.บุกตรวจโรงงานปลากระป๋องใช้ปลาอื่นแทนแมคเคอเรล ยึด 12,760 กระป๋อง

จับทัวร์เถื่อนในสุราษฎร์ฯ ลอบนำเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์

ศธ.สั่งรื้อหลักสูตร สกร.ตั้งเป้าปี70 ใช้หลักสูตรใหม่ครบทุกจังหวัด