สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบปม "เชื้อซาลโมเนลลา" ปนเปื้อนในน้ำดื่ม

สังคม
09:01
จำนวนผู้ชม 761
สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบปม "เชื้อซาลโมเนลลา" ปนเปื้อนในน้ำดื่ม
สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี สสจ.นครราชสีมา เตือนหลังสุ่มตรวจพบเชื้อซาลโมเนลลา ก่อโรคอาหารเป็นพิษ ปนเปื้อนในน้ำดื่มยี่ห้อหนึ่ง พบเป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ ที่ผู้ประกอบการได้นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม

วันนี้ (4 พ.ค.2569) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา แจ้งเตือนประชาชน หลังสุ่มตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella spp. หรือเชื้อซาลโมเนลลา ในน้ำดื่มที่วางจำหน่ายในพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ตนจึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำดื่ม โดยควรตรวจสอบฉลากสินค้า แหล่งที่มาและมาตรฐานการผลิตอย่างรอบคอบ

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายเจ้าหน้าที่ สคบ. เขต 9 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตน้ำดื่มดังกล่าว พบว่า เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ ซึ่งผู้ประกอบการได้นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานของน้ำดื่มที่อาจเกิดสารปนเปื้อนได้

ทั้งนี้ สคบ.จะประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียน และความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด

ขณะที่เลขา สคบ.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีน้ำดื่มปนเปื้อนเข้าข่ายเป็น “อาหารผิดมาตรฐาน” ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามมาตรา 25 (3) มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ในส่วนของ สคบ.มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522

ดังนั้นหากผู้บริโภคคนใดได้รับความเสียหาย หรือได้รับอันตรายต่อสุขภาพจากการดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนดังกล่าว สามารถร้องทุกข์มายัง สคบ.เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการทางกฎหมายแทนผู้บริโภค

ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า “เชื้อซาลโมเนลลา” ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร หรือโรคอาหารเป็นพิษ ที่เรียกว่า โรคซาลโมเนลโลสิส โดยทั่วไปมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอุจจาระร่วง

ทั้งนี้ การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนเชื้อซาลโมเนลลา พบในเนื้อสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบอาหาร น้ำอุปโภค และผักสลัด ตามลำดับ โดยกลุ่มอาหารที่ไม่สามารถผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อน และมีความเสี่ยงการปนเปื้อนสูง เช่น ผักสลัด และผลไม้ ควรล้างทำความสะอาดก่อนนำไปบริโภค สำหรับกลุ่มอาหารที่สามารถผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อน แม้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ผู้บริโภคก็ควรปรุงอาหารให้สุกทั่วกันด้วยความร้อน เพื่อความปลอดภัยจากการติดเชื้อซาลโมเนลลา

ภาพประกอบข่าว สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบปม

อ่านข่าว :

ผู้ว่าฯ นราธิวาส ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน ไฟป่า ต.พร่อน ต.บางขุนทอง

"โอเปกพลัส" เคาะเพิ่มการผลิตน้ำมัน 1.88 แสนบาร์เรล/วัน เริ่ม มิ.ย.นี้

แมนยู เปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ศึกแดงเดือด