วันนี้ (3 พ.ค.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงแคมเปญเปิดตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชน ว่า เป็นการสะท้อนปัญหาการดำรงชีวิตและการใช้ชีวิตใน กทม.ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเปลี่ยนให้เป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้สิทธิบัตรทองเกี่ยวกับการส่งตัวที่มีความแตกต่างจากต่างจังหวัด หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัดที่มีคุณภาพดีกว่า โดยจะนำเสนอว่าพรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีและจะส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาว กทม. ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 5 พ.ค.นี้ที่สามย่านมิตรทาวน์ ในเวลา 17.00 น.
หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะส่งลงสมัครผู้ว่า กทม. ว่า เป็นผู้ที่เลือกอยู่ข้างประชาชนและใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส เนื่องจากมองว่างบประมาณท้องถิ่นยังไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ และผู้บริหารจะต้องมีคุณสมบัติพร้อมทำงาน เพราะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพทางการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการใช้งบฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม.อีกสมัย พรรคประชาชนมีความมั่นใจแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในทีมผู้ว่าฯ และสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นอกจากนี้ยังมี สส. 33 เขตของพรรคฯ สนับสนุนผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้าได้ โดยย้ำว่าขอให้เลือกทั้งผู้ว่าฯ และทีม สก.จากพรรคประชาชน
"ผมชื่นชมการทำงานของอาจารย์ชัชชาติ เชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหลายอย่างใน กทม.จะต้องอาศัยการแท็กทีมที่เข้มแข็ง สนามการเมืองท้องถิ่นมีบริบทการต่อรอง การผลักดันหลายอย่าง และนโยบายท้องถิ่นต้องอาศัยการออกข้อบัญญัติและงบประมาณปีละเป็นแสนล้าน ให้ผ่านสภาฯ ที่มีความโปร่งใสมากที่สุด บางทีการที่เราไม่ได้แท็กทีมมา เชื่อว่าคน กทม.เห็นว่าสีไหนเป็นตัวจริง โดยเฉพาะพรรคประชาชนสีส้ม มีจุดตั้งต้นทางการเมืองที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา" นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศว่า รายรับของ กทม.มากกว่ารายจ่าย จะส่งผลต่อคะแนนเสียงนายชัชชาติหรือไม่ ว่า เป็นแนวโน้มที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรายได้ท้องถิ่นที่งบฯ อาจมีบวกหรือลบ ซึ่งมุมหนึ่งมองว่าเป็นข่าวดีที่ประชาชนชื่นชม แต่อีกมุมหนึ่ง ส่วนต่างที่เหลือต้องนำไปใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป แต่คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากที่สุด และประชาชนไม่ต้องเจอข่าวซ้ำว่าซื้อของแพงเกินจริงใน กทม.
เมื่อถามถึงการทาบทามนายชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าของพรรคประชาชน มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายณัฐพงษ์ เลี่ยงตอบคำถาม แต่ชี้แจงว่าไม่มีการดีลกัน พร้อมระบุว่า การพูดคุยกันเบื้องหลังหรือนอกรอบเป็นเรื่องปกติ ซึ่งทั้ง สส.และ สก.มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกันและต่างพรรค ซึ่งการพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ เป็นเรื่องปกติในการแก้ปัญหาให้กับชาว กทม. ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์
เป็นการคุยกันโดยเอาเรื่องวาระประชาชนเป็นตัวตั้ง ในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีดีลหรือต่อรองใดๆ จะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้ง ไม่มีการพูดคุยแบบนั้นอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีการทาบทามนายชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพระประชาชนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่เสียงของประชาชนเป็นคนตัดสิน และยอมรับว่าในมุมมองของคน กทม. หลายคนอาจตัดสินใจยาก แต่เชื่อว่าแต่ละคนที่ถูกเสนอชื่อมาเป็นตัวเลือก จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด
อ่านข่าว
ออเดอร์ออนไลน์พุ่ง ปณท.คาดขนส่ง "ทุเรียน" 30,000 ตัน/ปี
"เบิร์ด วันว่างๆ" ขอโทษใช้ยาแนวผสมแป้งปะหน้า อ้างทําคอนเทนต์เลี้ยงชีพ
"นิด้าโพล" สำรวจคนใต้ เคยได้ยิน "โครงการแลนด์บริดจ์" 54.43% เห็นด้วย 34.21%
