วิศวะฯ มช.เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาฯฝุ่นควัน” ชูนวัตกรรม ”ห้อง-มุ้ง“ สู้ฝุ่น

ภูมิภาค
14:09
จำนวนผู้ชม 583
วิศวะฯ มช.เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาฯฝุ่นควัน” ชูนวัตกรรม ”ห้อง-มุ้ง“ สู้ฝุ่น
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู้วิกฤตฝุ่นควัน สนับสนุนแก้วิกฤตฝุ่น ผ่านนวัตกรรมอากาศสะอาด “ห้อง-มุ้งปลอดฝุ่น” เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา

จากบทเรียนพื้นที่สาธารณะปลอดภัยจากฝุ่น จ.เชียงใหม่ปี 2562 และการพัฒนา “ห้องและมุ้งปลอดฝุ่น” ในระดับครัวเรือนกลายเป็นแนวคิดการสร้างพื้นที่อากาศสะอาด ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม แม้จะผ่านหลายปี แต่นโยบายนี้กลับไม่ได้ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ขณะที่ปัญหาฝุ่นควัน คนภาคเหนือยังจมฝุ่นมาหลายปี

ผศ.ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงสภาพปัญหาฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่ จากการเก็บข้อมูลฝุ่นPM 2.5 มากกว่า 10 ปี และการพัฒนาพื้นที่อากาศสะอาด

สาเหตุอากาศไม่สะอาด มาจากฝุ่นควันเกิดจากการเผา และกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่น ที่ผ่านมาฝุ่นไม่ได้ลดลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ บางวันฝุ่นมีค่าเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งการแก้ปัญหาเน้นไปที่ต้นเหตุสำคัญ คือ “การดับไฟ” ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องเตรียมความพร้อมรับมือ ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นควัน จึงเกิดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี ที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมรับมือกับวิกฤตฝุ่น ในปี 2562 จ.เชียงใหม่ เกิดวิกฤตฝุ่น PM2.5 จนประชาชนหายใจลำบาก เลือดกำเดาไหลในเด็กและกลุ่มเปราะบาง

ผศ.ดร. ภาสกร แช่มประเสริฐ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จ.เชียงใหม่

ผศ.ดร. ภาสกร แช่มประเสริฐ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จ.เชียงใหม่

“นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในขณะนั้น มีแนวคิด“ห้องปลอดภัยจากฝุ่นควัน” ทีมวิจัยคณะวิศกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ จึงร่วมพัฒนาพื้นที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ จ.เชียงใหม่ให้กลายเป็น ”พื้นที่อากาศสะอาด“ รองรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้กับประชาชนถือเป็น “พื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นในพื้นที่สาธารณะแห่งแรกของประเทศ”

ส่วนการทำงานช่วงแรกๆ นอกจากสร้างพื้นที่ปลอดภัยสาธารณะจากฝุ่น ยังเน้นไปที่การสร้างความรู้ และความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ให้มีความเข้าใจว่าฝุ่น PM 2.5 คืออะไร เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร มีการรณรงค์และแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ให้ประชาชน แต่ในความเป็นจริงประชาชน ไม่สามารถสวมใส่ได้ตลอดเวลา

ภาพประกอบข่าว วิศวะฯ มช.เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาฯฝุ่นควัน” ชูนวัตกรรม ”ห้อง-มุ้ง“ สู้ฝุ่น

”ห้องปลอดฝุ่น“ เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ผศ.ดร.ภาสกร กล่าวว่า เมื่อเกิดพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นในที่สาธารณะ ภายในศูนย์ประชุมนานาชาติฯเชียงใหม่ และประชาชนไม่สามารถเดินทางมาได้ทำให้เกิดการเรียนรู้การจัดการอากาศและหลักการ ”กั้น-กรอง-ดัน” หมายถึงการจัดการกรองฝุ่น เพื่อดันอากาศในอาคาร และสร้างบ้านเรือนให้เป็นพื้นที่อากาศดี สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “กั้น” ป้องกันไม่ให้ฝุ่นภายนอก เข้าห้องได้น้อยที่สุด ต่อมาคือ “กรอง” อากาศผ่านเครื่องกรอง หากมีห้องมิดชิดสามารถป้องกันฝุ่นได้แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นประชาชนไม่สามารถกั้นห้องได้มีประสิทธิภาพจึงเกิด “การดันอากาศ”

ด้าน รศ.ยศธนา คุณาทร ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีการบริหารจัดการพื้นที่ปลอดฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ คือเทคโนโลยีการบริหารให้อากาศสะอาด ซึ่งเกิดจากฝุ่น ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ยังต้องพูดคุยเรื่องเดิม ทำอย่างไรจะอยู่กับคุณให้ได้และปลอดภัยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เครื่องกรองฝุ่นแทบจะกลายเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีและเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านสำหรับคนทั่วไป

อากาศเดินทางจากความดันสูงไปความดันต่ำ นอกตึกอากาศจะเย็น เมื่อมีทางผ่านให้อากาศเข้ามาได้ ฝุ่นจะเข้ามาในอาคาร

ขั้นตอนการทำพื้นที่ปลอดฝุ่น

ขั้นตอนแรก

”กั้น“ ปิดกั้นในบางห้อง โดยห้องที่ดีที่สุด คือห้องที่อยู่ด้านใน ซึ่งกว่าฝุ่นจะเดินทางเข้าไปถึงและเลี่ยงพื้นที่เปิด ถ้ากั้นเอาไม่อยู่ บางห้องฝุ่นลด บางห้องฝุ่นไม่ลด แสดงว่ายังมีอากาศข้างนอกเข้ามาในห้อง

ขั้นตอนสอง

”กรอง“ คือ นำเครื่องกรองมากำจัดฝุ่น ในห้องให้หมดไปมากที่สุด ถ้ายังกรองฝุ่นยังไม่ลด แสดงว่าห้องที่กั้นยังมีอากาศไหลเข้ามา

“เครื่องกรองอากาศ” คือ เอาอากาศในห้องผ่านการกรอง

คำถามสำคัญขนาดของเครื่องกรองสัมพันธ์กับห้องต้องเลือกให้เหมาะสม

เครื่องกรองยังมีเรื่องของคุณภาพ “ไส้กรอง”

“พัดลม” ดูดอากาศผ่านไส้กรอง

“อากาศสะอาดผ่านเครื่องกรองจะอยู่ประมาณ 1 เมตร เครื่องกรองควรวางใกล้คนมากที่สุด”

เมื่อ “กั้น-กรอง” เอาไม่อยู่แล้ว ทำอย่างไร?

ขั้นตอนที่สาม

คือ “การดันอากาศ” เอาอากาศข้างนอกมาเติมห้องข้างใน ความดันในห้องจะสูงขึ้น อากาศจะเดินทางจากความดันสูงไปความดันต่ำ เมื่อเติมปริมาณอากาศเข้ามาในห้องความดันในห้องสูงกว่าข้างนอก จึงเรียกว่า “ห้องความดันบวก”

“มุ้งสู้ฝุ่น” นวัตกรรมสู้ฝุ่น สู่การเข้าถึงอากาศระดับครัวเรือน ผศ.ดร. ภาสกร อธิบายถึงปัญหาที่ผ่านมาว่า หน่วยงานและประชาชน ไม่สามารถกั้นห้องได้มีประสิทธิภาพ ต้องเตรียมความพร้อมที่หลบฝุ่นในพื้นที่สาธารณะและในบ้าน เพื่อให้ได้อากาศสะอาดหายใจ

ภาพประกอบข่าว วิศวะฯ มช.เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาฯฝุ่นควัน” ชูนวัตกรรม ”ห้อง-มุ้ง“ สู้ฝุ่น

ข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาพื้นที่สาธารณะ ควรเตรียมพร้อมและให้เป็นมาตรฐาน คาดว่าฝุ่นจะเกิดขึ้น ระบบที่ทำต้องถูกหลักการ สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และได้มาตรฐาน หากสามารถเตรียมไว้ก่อนและจัดสรรงบประมาณ เพื่อออกแบบพื้นที่ ซึ่งงบประมาณไม่สูงมาก และไม่ต้องทำในช่วงเผชิญเหตุ แก้ปัญหาเหมือนหลายปีที่ผ่านมา

“ระดับตำบล หมู่บ้าน ที่สามารถบริหารจัดการที่สาธารณะได้ ให้เตรียมแผนหลบฝุ่นที่มีมาตรฐานและปลอดภัย ต้นทุนจะขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง ในระดับหลักหมื่นบาท เช่นจะใช้พื้นที่ 40-60 ตารางเมตร จะจุคนได้ประมาณ 20 คน ซึ่งการทำครั้งเดียวใช้ได้ 10 ปี แต่อาจปรับเปลี่ยนไส้กรองภายใน 2-3 ปี ครั้งละประมาณ 1,000 บาท”

ภาพประกอบข่าว วิศวะฯ มช.เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาฯฝุ่นควัน” ชูนวัตกรรม ”ห้อง-มุ้ง“ สู้ฝุ่น

ส่วนระดับครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะแบ่งเป็นสองส่วน คือบ้านที่ปิดมิดชิด มีแอร์อยู่แล้ว ลักษณะนี้จะกรองอากาศจัดการพื้นที่ได้ดี สามารถคำนวณพื้นที่และเครื่องกรอง ให้เหมาะสมก็สามารถป้องกันได้

ส่วนกลุ่มเปราะบาง ที่อาศัยอยู่บ้านไม้หรือบ้านที่ฝุ่นเข้าถึงได้ การเปิดเครื่องกรอง ฝุ่นจะไม่ลดลง ที่ผ่านมาเกิดนวัตกรรม “มุ้งสู้ฝุ่น” มุ้งที่ใช้ควรเป็นมุ้งฝ้าย เพื่อกักเก็บอากาศได้ และออกแบบระบบมอเตอร์ ระบบพัดลม ระบบกรองอากาศ เพื่อให้ได้อัตราการระบายอากาศดี เข้าไปในมุ้ง

ส่วนอากาศดีในมุ้งจะค่อยๆ ซึมออกจากข้างนอก สุดท้ายมุ้งจะเป็นพื้นที่อากาศดี ถ้านอนในพื้นที่อากาศดี ไม่ต้องใส่หน้ากาก หรือปรับปรุงบ้าน สามารถทำได้เองราคาอยู่ที่ 3,000- 4,000 บาท ข้อดีไม่ต้องเสียค่าไฟสูงและไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุหลายรอบ

ด้านนายเสกสรรค์ จันทร์ถิระติกุล นายกเทศมนตรี ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่มาร่วมรับฟังข้อมูลและเปิดศูนย์ฯ กล่าวว่า หลังรับฟังข้อมูล จะนำไปปรับปรุงห้องปลอดฝุ่นในพื้นที่สาธารณะและบ้านเรือน รวมถึงร้านอาหาร สถานที่ทำงาน ปัญหาฝุ่น ทั้งใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย เราต้องอยู่กับฝุ่นอีกนาน หากไม่ปรับตัว ปีหน้าก็ต้องเจอปัญหาแบบนี้เหมือนทุกปี

รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่

รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่

รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ฯครั้งนี้จะทำงานตลอดทั้งปี ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีจะเป็นส่วนหนึ่งการตอบคำถามประชาชน เช่น การทำเครื่องกรองฝุ่นแบบ D.I.Y มุ้งสู้ฝุ่น ให้ถูกหลักและมีประสิทธิภาพที่ดี รวมถึงตอบคำถามประชาชาชน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อแก้ฝุ่น “นวัตกรรมถ้าไม่เห็นคุณค่า ก็ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้นวัตกรรมลงพื้นที่และทำได้จริงกับชุมชน”

สำหรับหน้าที่ของศูนย์ให้คำปรึกษาและเทคโนโลยีสู้วิกฤตฝุ่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ จะมีบทบาทสำคัญสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาฝุ่นควัน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยจะให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมกับถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับหน่วยงาน องค์กร ประชาชน เบอร์โทรสายด่วน 053-942-074 หรือเฟซบุ๊ก “หลบฝุ่นฮับ”

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ