"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

การเมือง
16:19
จำนวนผู้ชม 525
"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"
Botnoi Voice

นับถอยหลังอีกเพียงสัปดาห์เดียว “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับคืนสู่อิสรภาพได้กลับไปอยู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เช่นเดิม แม้ว่าจะต้องติดกำไลอีเอ็มอีก 4 เดือนเต็มๆ และยังไม่สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ “ยกเว้น” ต้องได้รับอนุญาตจากกรมคุมประพฤติ ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศ ถือว่า “ปิดล็อก” ชั่วคราว จนกว่าจะพ้นสถานะ “ผู้ได้รับการพักโทษ” ในวันที่ 9 ก.ย.2569

11 พ.ค.2569 หลังออกเรือนจำฯแล้ว ตามหลักเกณฑ์พักโทษ “ทักษิณ” สามารถเดินทางกลับบ้านพัก ตามที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ได้เลย แต่ภายใน 3 วันจะต้องเข้าไปติดกำไลอีเอ็ม หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring) ในพื้นที่สำนักงานคุมประพฤติ กทม.1 ซึ่งตั้งอยู่ ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย และต้องรายงานตัวตามเงื่อนไข คือ เดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าจะครบระยะเวลากำหนด

เงื่อนไขสำคัญสำหรับ ผู้ที่รับการพักโทษในภาพรวมทั่วไป ที่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม ไม่สามารถเดินทางตามที่ต้องการ และต้องอยู่ภายในพื้นที่ควบคุม เนื่องจากผู้ที่ได้รับการพักโทษ ไม่ได้แปลว่า “พ้นโทษ” ดังนั้นหากมีการตัดทำลาย หรือออกนอกพื้นที่ก็จะมีสัญญาณขึ้นที่ “ศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว” หรือ ศูนย์ EMCC ซึ่งจะมีติดตามข้อมูลในลักษณะแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

ก่อนหน้านี้ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายของอดีตนายกฯ จะออกมาตั้งข้อสังเกตด้านความเหมาะสม ในการติดกำไลอีเอ็มให้ “ทักษิณ” เนื่องจากเคยเป็นอดีตนายกฯ สร้างคุณูปการมากมาย เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และอาจกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ที่สุดก็พร้อมรับมติ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ช่วงเช้าตรู่วันที่ 11 พ.ค.นี้ ได้รับการประสานจากพรรคเพื่อไทยว่า จะมี FC ของพรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงในหลายพื้นที่จะนำมวลชนมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ ด้วย

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

ในทางการเมือง หากดูผลการเลือกตั้งปี 2569 “เพื่อไทย” กลายเป็นพรรคต่ำร้อย ได้ สส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ จำนวน 74 คน กลายเป็นพรรคอันดับ 2 แม้จะได้เข้าร่วมรัฐบาล ในข้อเท็จจริงสะท้อนให้เห็นว่าความนิยมของประชาชนส่วนใหญ่ที่มีต่อ “ทักษิณ” ตกยุคไปแล้วก็จริง แต่ก็ยังถือเป็นผู้มีบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย

จากโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของค่ายแดงที่ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ ในฐานะตัวแทนตระกูลชินวัตร เป็นผู้เคาะตำแหน่งเก้าอี้เสนาบดีในกระทรวงหลักๆ ฐานทัพสำคัญ โดยเฉพาะตำแหน่งโควตาภาครอบนี้ บ้านใหญ่โคราช “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” นั่ง รมว.ศึกษาธิการ ส่วนบ้านใหญ่แป้งมัน “นิกร โสมกลาง” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ บ้านใหญ่แดงอุดร “วัชระพล ขาวขำ” รมช.เกษตรและสหกรณ์

และพยายามปั้น “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นตัวคนรุ่นใหม่ให้นักการเมืองในดวงใจคนอีสาน ดังเห็นจากหลังประชุมใหญ่จัดทัพพรรคเพื่อไทยปี 2569 ได้ควงคู่ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน ลงพื้นที่เมืองหลวงเสื้อแดง “อุดรธานี” เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

การเดินทางลงอีสาน หลัง “เพื่อไทย” แพ้ราบคาบในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จากอดีตที่เคยมี สส.133 ที่นั่งในยุคเฟื่องฟู แต่ปัจจุบันเหลือ สส.อีสาน 43 คน ทำให้พรรคฯ ต้องปรับกลยุทธ์การขายใหม่ โดยผลัก “ยศชนัน” หลานชายอดีตนายกทักษิณไป อยู่หน้าแนว หวังทวงคืนดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยหลังพ้นเรือนเรือนจำ “ทักษิณ” ผู้นำจิตวิญญาณของค่ายแดง นับจากนี้อาจจะต้อง “ปรับโหมดการเมือง” ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง

ด้วยว่า “ทักษิณ” ยังมีคดีความต่อเนื่องจากกรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีกรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเมื่อเดือนพ.ค.2568 ให้ชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะส่วนของการระบายข้าว 50% ของมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท เป็นเงินจำนวน 10,028 ล้านบาท ในคดีจำนำข้าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทย

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

"ทักษิณ" สู่อิสรภาพ Backup "เพื่อไทย" กลางดงคดีคงค้าง "ตระกูลชิน"

และคดีของ “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งอีก 2 คดีกรณีคลิปเสียงลุง-หลาน ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อร้องเรียนว่าการกระทำของ น.ส.แพทองธาร ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งคดีดังกล่าว ป.ป.ช. ต้องขอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบ ซึ่งวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธาร ฝ่าฝืน มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงอย่างไร

โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยให้เป็นผลตรงกันข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญ อาจเป็นไปได้ยาก ยกเว้นจะมีคำอธิบายหรือเหตุผลที่ชัดเจน และหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า น.ส.แพทองธาร มีการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิพากษา ซึ่งที่ผ่านมาถ้าศาลฎีกาเห็นว่ามีความผิด อาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่กลุ่มอดีต สว.นายสมชาย แสวงการ ยื่นเรื่องต่อกองบัญชาการสอบสวนกลาง ให้สอบสวน น.ส.แพทองธาร ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และข้อหาความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมากองบัญชาการสอบสวนกลาง ส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนแล้ว

ดังนั้นการนับถอยหลังรอการคืนสู่ “อิสรภาพ” ของอดีตนายกฯ ในการพลิกฟื้นคืนชีพ Backup “เพื่อไทย” ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง คงไม่ง่าย ท่ามกลาง “คดี (ใหญ่)คงค้าง” ที่ยังเหลืออยู่ของคนในตระกูล ทั้ง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” ไม่ว่าจะ “ถอย” หรือ “สู้ต่อ” อาจไม่ง่ายเหมือนเช่นเคย

อ่านข่าว

“จีน” เตือน “สหรัฐฯ” ชี้ประเด็น “ไต้หวัน” สุ่มเสี่ยงกระทบความสัมพันธ์ “จีน-สหรัฐฯ” มากที่สุด

เปิดงานวิจัย "ไมโครพลาสติก" ภัยร้ายทำลาย "ชีวิตมนุษย์"

ปชน.ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ดันปฏิรูปกองทุน โปร่งใส-มืออาชีพ