วิจารณ์เดือดคอนเทนต์ "ผงยาแนว" ป้ายคนเล่นน้ำสงกรานต์

สังคม
16:31
จำนวนผู้ชม 340
วิจารณ์เดือดคอนเทนต์  "ผงยาแนว" ป้ายคนเล่นน้ำสงกรานต์
โซเชียลถกสนั่น คลิป “เบิร์ด วันว่างว่าง” ใช้ผงยาแนวป้ายคนเล่นน้ำ ก่อนเจ้าตัวขอโทษ และยืนยันว่าเป็นแป้ง ขณะตำรวจเตือนหยุดสร้าง-หยุดแชร์คอนเทนต์เสี่ยง เลี่ยงผิดกฎหมาย

กรณีกระแสร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อ "เบิร์ด วันว่างว่าง" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โพสต์คลิปเล่นน้ำสงกรานต์ พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถือถุง "ผงยาแนว" ก่อนแกะเทใส่กระป๋องผสมน้ำ แล้วนำไปป้ายผู้ร่วมเล่นน้ำ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หลังคลิปเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าตัวจะทำคลิปกราบขอโทษ พร้อมผสมน้ำดื่มโชว์ ยืนยันว่าเป็นเพียง "แป้ง" ต่อมาบริษัทผู้ผลิตผงยาแนว ขอให้ "เบิร์ด" ลบคลิปออกจากโซเชียล เนื่องจากเนื้อหาดังกล่าว ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสาธารณะนั้น

ตร.เตือน หยุดสร้าง หยุดแชร์ "คอนเทนต์ขยะ" อาจถูกดำเนินคดี

วันนี้ (27 เม.ย.2569) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นนี้ในทางกฎหมายว่า พฤติกรรมดังกล่าว หากเป็นจริงไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมเตือนกลุ่มยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาบนโลกออนไลน์ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หลีกเลี่ยงการทำคอนเทนต์ลักษณะเลียนแบบ โดยให้ยึดแนวทางดังนี้

1. งดเว้นพฤติกรรมทำคอนเทนต์แกล้งคน ให้ได้รับความเดือดร้อน การกระทำที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ คุกคาม หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายในที่สาธารณะ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากใช้วัสดุหรือสารเคมี ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ จะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. หลีกเลี่ยงการนำเข้าข้อมูลเท็จเพื่อสร้างกระแสหรือยอดวิว การโพสต์คลิปวิดีโอหรือข้อความอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 14 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. งดส่งต่อหรือสนับสนุนช่องที่ผลิตคอนเทนต์ขยะ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายข้อมูลที่ผิด และไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือเพิ่มยอดการเข้าชม ให้กับกลุ่มคนที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม อันจะนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมเลียนแบบที่ผิดกฎหมาย

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบของ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ยังไม่พบผู้แจ้งความว่า ได้รับอันตรายจากกรณีดังกล่าว แต่หากมีผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้

อันตรายของ "ยาแนว" ที่ไม่ควรมองข้าม

ขณะเดียวกัน แฟนเพจ Drama-addict ยังอธิบายถึงความอันตรายของยาแนวไว้ว่า กาวยาแนวจระเข้ (รวมถึงกาวยาแนวซีเมนต์ทั่วไป) มีส่วนประกอบหลักคือปูนซีเมนต์ ทรายซิลิกา และสารเคมีผสมเพิ่ม ซึ่งเมื่อสัมผัสกับความชื้นหรือน้ำ จะมีฤทธิ์เป็นด่างสูง หากโดนหรือสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ในหลายระดับ ดังนี้

1. กรณีสัมผัสผิวหนัง : ปูนซีเมนต์ในยาแนวสามารถดูดความชื้นจากผิว ทำให้ผิวแห้งตึง ระคายเคือง เกิดผื่นแดงหรือคัน หากสัมผัสต่อเนื่องโดยไม่ล้างออก โดยเฉพาะผิวที่เปียกหรือมีเหงื่อ อาจเกิดแผลไหม้จากสารเคมี ผิวอักเสบ หรือหลุดลอกได้

2.กรณีกระเด็นเข้าตา (อันตรายมาก) ฝุ่นซีเมนต์ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง จะทำปฏิกิริยากับน้ำตา ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง แสบตา ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ และหากล้างออกไม่ทันท่วงที อาจทำให้กระจกตาเป็นแผลลึก หรือส่งผลร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้

3. กรณีสูดดมฝุ่นผง : ในขั้นตอนการเทหรือผสมกาวยาแนวแบบผง จะมีฝุ่นฟุ้งกระจาย หากสูดดมเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ มีอาการไอ หรือจาม หากสูดดมสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อปอดได้

4. กรณีเผลอนำเข้าปาก : สารเคมีจะทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อริมฝีปาก ลำคอ และระบบทางเดินอาหาร (มักเกิดอุบัติเหตุนี้กับเด็กเล็กที่เผลอหยิบเข้าปาก)

"หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่" สะท้อนภาพ "การเมืองนำการทหาร"

ปธ.วิปรัฐบาล เผย นายกฯให้ความสำคัญสภา กำชับ รมต.เคลียร์คิวตอบกระทู้ สส.

ศาลให้ประกัน "มิน-แซม" คดีดิไอคอน วงเงิน 1 ล้านบาท