สรส.แถลงการณ์ค้านเอกชน นำรถจักรวิ่งบนโครงข่ายการรถไฟฯ

เศรษฐกิจ
17:02
จำนวนผู้ชม 1,046
สรส.แถลงการณ์ค้านเอกชน นำรถจักรวิ่งบนโครงข่ายการรถไฟฯ
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย คัดค้านแนวคิดให้เอกชน นำรถจักรมาวิ่งบนโครงข่ายรางของการรถไฟฯ ชี้กระทบความมั่นคง ความปลอดภัย และเสี่ยงผูกขาดบริการ

วันนี้ (23 เม.ย.2569) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ออกแถลงการณ์ "คัดค้านนโยบายการให้เอกชน นำรถจักรมาวิ่งบนโครงข่ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย" โดยแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและคัดค้านต่อแนวคิด นโยบายที่เปิดให้ภาคเอกชนนำรถจักร เข้ามาวิ่งบนโครงข่ายรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของประชาชน ด้วยเหตุผลสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคง และประโยชน์สูงสุดของประชาชน มีรายละเอียดดังนี้

1.โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะต้องอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ระบบรางเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่รัฐมีหน้าที่ต้องจัดให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรมโดยไม่แสวงหากำไรสูงสุด การเปิดเสรีให้เอกชนใช้โครงข่ายดังกล่าว อาจนำไปสู่การผูกขาดในทางปฏิบัติ โดยให้เอกชนเลือกให้บริการเฉพาะเส้นทางที่ทำกำไร และผลักภาระเส้นทางขาดทุนให้รัฐรับผิดชอบ ซึ่งจะสร้างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของประชาชน

2.ผลกระทบด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบราง การให้ผู้ประกอบการหลายรายใช้โครงข่ายเดียวกันภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ขาดความเป็นเอกภาพในการและควบคุมการจราจรทางราง ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะ

3.ความเสี่ยงต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยพฤตินัย นโยบายดังกล่าวมีลักษณะเป็น "การเปิดทางให้เอกชนเข้าครอบงำกิจการรัฐ" ในระยะยาว อาจนำไปสู่การลดทอนบทบาทและความสำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย กระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

4.ผลกระทบต่อสิทธิแรงงานและความมั่นคงในการจ้างงาน การเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในระบบราง อาจนำไปสู่การปรับลดจำนวนพนักงานรัฐวิสาหกิจเกิดการจ้างงานที่ไม่มั่นคง (outsourcing /contract) รวมถึงอาจลดทอนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของคนทำงาน ซึ่งขัดต่อหลักการคุ้มครองแรงงาน ที่มีมาตรฐานและหลักความเป็นธรรมทางสังคม

5.ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐมีหน้าที่จัดให้มีบริการสาธารณะ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง และต้องรักษาผลประโยชน์สูงสุดของรัฐและประชาชนเป็นสำคัญ การดำเนินนโยบายที่เอื้อให้เอกชนแสวงหากำไร จากโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต้องไม่กระทบต่อประโยชน์ส่วนรวม

บทเรียนความล้มเหลวจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า การปล่อยให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการระบบราง สุดท้ายมักกลายเป็นภาระภาษีที่รัฐต้องซื้อกิจการกลับคืนมา ซึ่งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคมในปัจจุบัน ที่แม้จะมีแนวคิดซื้อคืนรถไฟฟ้าจากเอกชน แต่กลับเปิดทางให้เอกชนนำรถจักรมาวิ่งบนรางของการรถไฟแห่งประเทศไทยแทน ความย้อนแย้งนี้จึงนำไปสู่การตั้งคำถามถึงจุดยืนและนโยบายที่แท้จริงว่า ยึดถือผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญหรือไม่

สรส.ซึ่งมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสมาชิกขอแสดงจุดยืน เพื่อคัดค้านการให้เอกชนนำรถจักรมาวิ่งบนรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ยุติแนวคิดหรือนโยบาย การให้เอกชนนำรถจักรมาวิ่งบนโครงข่ายของรัฐทันที

2. เปิดเวทีสาธารณะ รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนแรงงาน ประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน

3. ยกระดับศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้สามารถบริหารจัดการและให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาเอกชน

4. สร้างหลักประกันด้านสิทธิแรงงานและความมั่นคงในการจ้างงานให้แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจทุกคน

5. ดำเนินนโยบายด้านระบบรางภายใต้หลัก "บริการสาธารณะเพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อกำไรของเอกชน"

ทั้งนี้ สรส.ยืนยันในจุดยืนว่า โครงสร้างพื้นฐานระบบรางต้องเป็นสมบัติของชาติ และดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนเท่านั้น หากภาครัฐยังเดินหน้านโยบายดังกล่าว โดยไม่รับฟังเสียงของประชาชนและผู้ใช้แรงงาน สรส. พร้อมยกระดับมาตรการและกลไกสาธารณะ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้พี่น้องคนงานรถไฟร่วมผนึกกำลังแสดงพลัง เพื่อร่วมกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

กบง.เคาะลดราคา "น้ำมันดีเซล" หน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย.

"วันนอร์" พบนายกฯ รับนโยบาย ย้ำแก้ปัญหาชายแดนใต้ต้องร่วมมือทุกฝ่าย

เปิดเบาะแสภาพกล้องวงจรปิด พบ "เจ้าอาวาสวัดสนามไชย" เดินริมถนนที่ตาก