สงสัยบรรทัดฐาน "ป.ป.ช." พรรคส้ม เตรียมล่าชื่อส่งศาลฎีกาตีความ

การเมือง
16:25
จำนวนผู้ชม 1,153
สงสัยบรรทัดฐาน "ป.ป.ช." พรรคส้ม เตรียมล่าชื่อส่งศาลฎีกาตีความ
Botnoi Voice
พรรคส้ม เตรียมล่ารายชื่อลงดาบ "ป.ป.ช." ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปม "ศักดิ์สยาม" ซุกหุ้น ด้าน "ปกรณ์วุฒิ" ซัดแรง "เรามีบรรทัดฐานด้วยเหรอ" หลังอ่านคำชี้แจง เชื่อเป็นพฤติกรรมอำพราง

วันนี้ (23 เม.ย.2569) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงเรื่องการยกคำร้องคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ซุกหุ้นว่า เท่าที่อ่านคำชี้แจงที่ออกมา คิดว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน

"ดูแล้วเหมือนเป็นการเชื่อพฤติการณ์ที่อำพรางซ้ำ ด้วยซ้ำ จึงเป็นอีกครั้งที่เราต้องตั้งคำถามองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ว่า การชี้แจงของนายศักดิ์สยาม เป็นคนละข้อกล่าวหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมคิดว่าไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ยังคงหุ้นเอาไว้อยู่ เอกสารที่ได้จากสถาบันการเงินก็ชัดว่า ต้นทางมาจากใคร เจตนาชัดว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ผมขอพูดตรงๆ มันเหมือนการเล่นละคร แล้วเอาศาลเป็นตัวประกอบ" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า รายละเอียดเกี่ยวกับนายศักดิ์สยาม ที่ ป.ป.ช.ชี้แจงมานั้น มองว่าเป็นการแก้ต่างให้ นายศักดิ์สยาม หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ด้วยความเป็นธรรม ป.ป.ช.ก็ชี้แจงตามการแก้ข้อกล่าวหาของนายศักดิ์สยาม แต่ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล ไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับได้เลยว่า ไม่เจตนาปกปิดทรัพย์สิน ส่วนจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คดีอื่นหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ถามกลับผู้สื่อข่าวว่า "เราเคยมีบรรทัดฐานด้วยหรือ" ตนคิดว่า ป.ป.ช. ไม่เคยมีบรรทัดฐานใดๆ ที่ผ่านมาคิดว่า ก็ไม่เคยใช้บรรทัดฐานเดียวกันในแต่ละคดี

เมื่อถามว่า ที่เป็นหลักการว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร สามารถใช้ได้หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คำนี้มีผลเฉพาะผลของการวินิจฉัย ซึ่งกรณีของนายศักดิ์สยาม คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร คือนายศักดิ์สยามต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และต้องห้ามดำรงตำแหน่งภายใน 2 ปี เช่นเดียวกับกรณีของพรรคก้าวไกล ผลคือพรรคก้าวไกลพ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์รับเลือกตั้ง 10 ปี

ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยกับรายละเอียด 50 หน้า ของคดีนายศักดิ์สยามไม่ได้มีผลผูกพันทุกองค์กร แต่ที่ตนถามคือ พยานหลักฐานประกอบคดีเป็นชุดเดียวกัน สืบเจตนาได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นหลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว ผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. จึงแทบเป็นอื่นไปไม่ได้เลย

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า จากการแถลงของ ป.ป.ช. ทำให้กังวลว่าเป็นการแถลง เพื่อฟอกขาวพฤติกรรมนายศักดิ์สยาม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า เป็นเจตนาซุกหุ้น ดังนั้น พรรคประชาชนจึงมีข้อสรุปว่า คำแถลงของ ป.ป.ช. เข้าข่ายเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงจะดำเนินการ 2 อย่าง

1. ใช้สิทธิตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ร่วมกันเข้าชื่อ สส.ในสภา 1 ใน 5 หรือจำนวน 140 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อพิจารณาส่งไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าวิปฝ่ายค้าน เพื่อสอบถามเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทั้งหมดว่าเห็นด้วยหรือไม่ รวมทั้งสอบถามไปยังสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าจะเข้าชื่อด้วยหรือไม่

2.จะผลักดันการแก้ไขมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ว่าจะส่งหรือไม่ส่งชื่อ สส. เข้าชื่อกัน ขอให้ตรวจสอบองค์กรอิสระ เพราะเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต สมัย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ไม่ส่งเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคลิปเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เรื่องติดสินบน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นไปตามข้อ 1 มีความกังวลว่าประธานสภาฯ จะไม่ส่งชื่อหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก็หวังว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง เหตุและผลเป็นหลัก แต่อย่างที่บอก หากเราไม่ต้องการให้เกิดข้อกังวลนี้ ต้องตัดอำนาจการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ออกไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ เราก็หวังว่าประธานสภาฯ จะไม่ใช้อำนาจและดุลยพินิจ เพื่อกระทำการใดๆ ที่อาจจะขัดกับหลักการและเหตุผลที่ควรจะเป็น

อ่านข่าว

ป.ป.ช.แจงคดี "ศักดิ์สยาม" ไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน ชี้พิจารณาคนละประเด็นกับ ศร.

"ประชาธิปัตย์" บี้ปม "ป.ป.ช." ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" กังขาค้านมติศาลรัฐธรรมนูญ

ป.ป.ช.ยกคำร้องคดี "ศักดิ์สยาม" แจ้งบัญชีเท็จปมถือครองหุ้น