เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

การเมือง
15:46
จำนวนผู้ชม 1,576
เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"
Botnoi Voice

เป็นอีกประเด็นร้อนของกองทัพเรือ เมื่อธงชาติไทยหายจากเสาธงในพื้นที่ยุทธศาสตร์รูปตัวยู (U) ชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีข้อมูลระบุว่า ถูกทหารเขมรลักปลดลงไป ทำให้มีการตั้งคำถามต่อกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) หรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (ฉก.นย.) ว่า ปล่อยให้เหตุ การณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกมายอมรับว่า เป็นเรื่องจริง โดยเหตุเกิดในวันที่ 18 เม.ย. 2569 บริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี บริเวณที่ชายแดนระหว่างสองประเทศมีลำธารธรรมชาติ เป็นเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจน ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เชิญธงผืนใหม่ขึ้นทดแทนทันที หลังพบเหตุและได้เพิ่มการลาดตระเวนตามถนนเลียบแนวชายแดน และติดตั้งลวดหนามหีบเพลงในจุดเสี่ยงเพิ่มเติม

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

ในขณะที่นายทหารระดับสูงของฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและหาหลักฐานผู้กระทำการดังกล่าว ซึ่งโฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า หากตรวจพบการรุกล้ำอธิปไตยของกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม จะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมอย่างเด็ดขาด

วันนี้ (21 เม.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า จากการรายงานของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ได้คุยกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 3 ส่วนหน้าของกัมพูชาแล้ว และได้รับการยืนยันว่า เขาไม่ได้ทำแน่นอน ไม่ได้รุกล้ำแผ่นดินไทย เพราะเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนเสาธงของประเทศไทย จึงสั่งตรวจสอบไปแล้วว่าใครทำ

เมื่อถามว่า เราให้น้ำหนักหรือเชื่อคำพูดของฝ่ายกัมพูชามากน้อยแค่ไหน พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ก็เขายืนยันว่า เขาไม่ได้ทำ

ผมไม่ได้เชื่อหรอก แต่เราต้องตรวจสอบดู ซึ่งไม่มั่นใจว่าเกิดจากคนหรือว่าลมพัดแรง เพราะติดตั้งไว้นาน อันนี้ไม่แน่ใจต้องตรวจสอบ…แต่เมื่อผบ.ภูมิภาคที่3 ส่วนหน้าของกัมพูชาเขายืนยันมาแบบนั้น เราก็เชื่อในขั้นต้นก่อน

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

ส่วนกรณีที่ชาวจันทบุรีโพสต์ภาพเชือกถูกตัด พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ใช่ ยืนยันว่า เราไม่ได้เชื่อกัมพูชาอยู่แล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้เชื่อ และเรามีทหารเฝ้าพื้นที่และยืนยันว่า และเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ชายแดนปัญหาเกิดขึ้น เราก็ต้องแก้ไป

ส่วนจะเป็นสัญญาณการขยับของทหารกัมพูชา หรือไม่เพราะในชายแดนด้านอื่นทหารกัมพูชาก็ลุกเข้ามาประชิดแนวไทย พลโทอดุลย์กล่าวว่า มันเป็นไปตามสถานการณ์ในพื้นที่ ...สิ่งสำคัญคือ เราต้องให้กำลังใจกัน มีอะไรกันก็ต้องสอบถามกันและให้กำลังใจทหารในพื้นที่ ที่เขาพูดมาก็เป็นข่าวสารระดับหนึ่ง ขอให้ใจเย็นๆและให้กำลังใจน้อง ๆ ทหารชายแดน” พล.ท.อดุลย์ กล่าว

เมื่อทั้ง รมว.กลาโหม และโฆษกกองทัพเรือ ต่างยืนยันในเบื้องต้นว่า กัมพูชาอ้างว่าไม่ได้ทำ จึงมีคำถามสำคัญว่า เช่นนั้นแล้วเป็นฝีมือของใคร?

ขณะที่นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี​ และ รมว.ต่างประเทศ ระบุในเรื่องเดียวกันสั้นๆ ว่า ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความในเรื่องดังกล่าว บางช่วงตอนไว้อย่างน่าสนใจว่า ...ในอดีตเขมรเคยขุดตัดแผ่นดินไทยให้น้ำในลำห้วยไพลินไหลผ่านกลางพื้นที่นี้ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ของเขมรไปชั่วระยะหนึ่ง โดยบริเวณนี้จะอยู่ในพื้นที่ของจันทบุรี ทางใต้ของด่านบ้านผักกาด

เส้นเขตแดนช่วงนี้จะถูกตัดจากเนิน 574 ลงมาตามร่องเขามายังหลักเขตแดนที่ 68 ที่อยู่บริเวณที่มีห้วยไพลินไหลผ่านห้วยน้ำนี้ไหลผ่านไปเมืองไพลินของกัมพูชา

ห้วยน้ำนี้ถูกใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน จนไปถึงเนิน 918 ซึ่งไกลออกไปมาก ฝ่ายกัมพูชา มีการขุดร่องน้ำใหม่ตัดเข้าตรงกลางพื้นที่รูปตัว U ทำให้น้ำไหลผ่านร่องที่ขุดขึ้นใหม่

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

ส่วนโค้งน้ำเดิมนั้น น้ำก็ไหลผ่านลดลงมากน้ำตื้นเขิน หลังจากนั้นบริเวณในลำห้วยเดิมที่น้ำแห้งลง กพช. ยังเคยมีการตัดถนนข้ามห้วย เพื่อเข้ามาในพื้นที่รูปตัว U ด้วย ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน

หลังจากเกิดความตึงเครียดขึ้นในปีที่แล้ว ทางภาคประชาชนร่วมกับทหาร ทำถนนเข้าสู่พื้นที่เพื่อทวงคืนดินแดน และมีการตัดถนนจากทางใต้ของด่านบ้านผักกาด เลาะแนวชาย ผ่านป่า ลำห้วยใหญ่น้อย ไปยังบริเวณพื้นที่รูปตัว U ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรจนแล้วเสร็จ

มีการวางหินถมดินกั้นพื้นที่ที่เขมรเคยมาขุด แล้วก็ปรับสภาพให้น้ำไหลผ่านแนวเดิมของห้วยไพลิน

บริเวณที่ถมและปรับพื้นที่มีการสร้างเสาธงชาติขึ้น และเพื่อเป็นการบ่งบอกว่า นี่คือดินแดนไทย ยังมีการเชิญชวนประชาชนบางส่วนให้ร่วมร้องเพลงชาติและชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เป็นภาพที่คนไทยชื่นชม

จริง ๆ แล้วถนนเส้นนี้ยังทำต่อเลาะตามตามฝั่งตะวันตกของลำห้วยไพลินไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จนถึงบริเวณที่เรียกว่าห้วยตะแบง (เข้าใจว่าเส้นนี้ตัดเพื่อการตรวจตราลาดตระเวนป้องกันเขมรรุกล้ำ) รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 30 กิโลเมตร

พื้นที่รูปตัว U กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เนื่องจากธงชาติไทยบนเสาได้หายไป ทุกคนเข้าใจว่าทหารเขมรเป็นคนเอาไป เมื่อทหารเรือไทยถามไปที่ฝ่ายเขมร เขมรก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ความโกรธแค้นของคนไทยต่อเขมรก็มีไม่น้อย แต่ที่ไม่แพ้กันคือคำถามที่ว่า แล้วกองทัพเรือ นาวิกโยธิน ทำอะไร ?

สำหรับคนอื่นที่มองต่าง อาจจะมองธงชาติอาจจะเป็นผืนผ้าที่หายไป แล้วเอาไปใส่ใหม่ได้ ก็คิดได้

แต่สำหรับคนไทยหลายๆ ธงชาติคือสิ่งที่เราเชิดชู ไม่ใช่ถูกศัตรูเข้ามาหยาม ปลดเอาธงที่อยู่บนยอดเสาแล้วหายไปโดยที่ทหารไม่รู้เรื่อง

หากคิดอีกมุมหนึ่ง ขนาดธงที่อยู่บนยอดเสายังไม่มีปัญญาดูแลรักษา แล้วประสาอะไรกับการที่จะดูแลผืนแผ่นดิน? งบประมาณทางทหารที่ได้ไปนั้น มันคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนต้องเสียไปหรือไม่?

เป็นคำถามจากเจ้าของเพจ ซึ่งเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ก็ต้องการคำตอบด้วยเช่นเดียวกัน

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากพื้นที่ระบุว่า ล่าสุดหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้เชิญธงชาติไทยผืนใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิมขึ้นสู่ยอดเสา หลังเกิดเหตุธงชาติหาย โดยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ด้วยการวางลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้น เพิ่มการลาดตระเวน กลางวัน–กลางคืน ตั้งจุดเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้ง CCTV ติดตั้งไฟส่องสว่าง ระบบโซลาร์เซลล์ และยืนยันพื้นที่ยังอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย และดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

อ่านข่าว :

"แป้ก" อีกหนึ่งคดีฮั้ว สว. "อาถรรพณ์" หรือใครไม่กล้าแตะ

ครม.เห็นชอบ ตั้งกองทุน "สงเคราะห์-ฟื้นฟู" ผู้ประสบสาธารณภัย

“ณัฐพงษ์” เผยพรรคส้ม เปิดตัว “ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.” ต้น พ.ค.นี้