วันนี้ (21 เม.ย.2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สอบปากคำกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท บิ๊กซี จำกัด (BIG SEA CO.,LTD) และ บริษัท ทรานส์โอเชี่ยน ซัพพลาย (1992) จำกัด (TRANS OCEAN SUPPLY (1992) COMPANY LIMITED) โดยเป็นการสอบปากคำในหลายประเด็นเกี่ยวกับ กรณีการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัย หลังพบความผิดปกติหลายอย่างในการขนส่งน้ำมันทางเรือในจำนวนดังกล่าว ทั้งการปิดระบบติดตามเรืออัตโนมัติ ( AIS : Automatic Identification System) จำนวน 10 เที่ยวเรือ
รวมถึงการที่มีเรือลอยลำประวิงเวลาอยู่กลางทะเล จนพบว่ามี 2 เที่ยวเรือ ที่คาดว่าอาจจะมีการผ่องถ่ายน้ำมันกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างเรือกับเรือ (Ship to Ship) ซึ่งเป็นการประวิงเวลาเดินเรือในห้วงก่อนวันที่ 26 มี.ค.69 ราว 1-3 วัน
ทั้งนี้ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฯ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ด้วยการนำเอาเอกสารและพยานหลักฐานเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเดินเรือ และในวันที่ 23 เม.ย.69 จะมีบริษัทเจ้าของเรืออีก 3 แห่ง เข้าให้ปากคำชี้แจงดีเอสไอในฐานะพยาน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานระบุว่า กรณีน้ำมันล่องหนกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างขนส่งทางเรือ เกือบ 60 ล้านลิตรนั้น มีความเป็นไปได้ว่าน้ำมันอาจจะไม่ได้หายไปหรือไม่มีการขนถ่ายน้ำมันระหว่างเรือ หรือ ship to ship ตามที่มีข้อสงสัยก่อนหน้านี้ เพราะจากรายงานข้อมูลพบว่า โดยปกติแล้วอาจจะไม่ได้บรรทุกน้ำมันเต็มอัตรา
ยกตัวอย่าง เรือมีความจุบรรทุกน้ำมันได้ 2 ล้านลิตร แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้บรรจุน้ำมันเต็มอัตราการบรรทุกเสมอไป โดยอาจจะบรรจุเพียง 1.8 ล้านลิตร ซึ่งสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ ก็คือต้องตรวจสอบปริมาณน้ำมันต้นทางจากโรงกลั่นน้ำมัน และบริการคลังน้ำมันปลายทางว่า มีปริมาณตรงกันหรือไม่ ซึ่งยังไม่พบความผิดปกติในกรณีนี้
อ่านข่าว
"ตัวแทนเจ้าของเรือ" นำหลักฐานให้ปากคำ DSI ปมน้ำมันหายกลางทะเล
ดีเอสไอเชิญ 8 บริษัทสอบโยง "น้ำมันหายกลางทะเล" จ่อรับเป็นคดีพิเศษ
รอง ผบ.ตร.ชี้ความผิดปกติ "กักตุนน้ำมัน" ตั้งแต่คลังน้ำมัน-ขนส่ง
