ทรัมป์ "สยบ" เนทันยาฮู เมื่อผู้นำสหรัฐฯ สั่งหยุดสงครามเลบานอนผ่านโซเชียล

ต่างประเทศ
12:26
จำนวนผู้ชม 638
ทรัมป์ "สยบ" เนทันยาฮู เมื่อผู้นำสหรัฐฯ สั่งหยุดสงครามเลบานอนผ่านโซเชียล
เจาะยุทธศาสตร์ "มัดมือชก" เมื่อทรัมป์ใช้อำนาจเหนือประกาศหยุดยิงเลบานอนผ่านโซเชียล สยบแผนรบเนทันยาฮูในทันที พร้อมย้อนรอย 5 ครั้งสำคัญที่ทำเนียบขาวสั่ง "พอคือพอ" บีบมิตรแท้ให้ถอยในสมรภูมิแลก "ดีลสันติภาพฉบับทรัมป์"

โอเรน ลีเบอร์มันน์ ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเยรูซาเลม และ ทาล ชาเลฟ นักข่าวอาวุโสของ CNN วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังเข้าสู่ระยะใหม่ที่น่าจับตา เมื่อ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา แสดงบทบาท "ผู้ตัดสินคนสุดท้าย" ในสมรภูมิเลบานอนอย่างชัดเจน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนถึงการบริหารงานที่ก้าวข้ามกระบวนการทางการทูตแบบดั้งเดิม โดยทรัมป์เลือกสื่อสารการหยุดยิงผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ก่อนที่รัฐบาลอิสราเอลจะมีการแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการ ซึ่งสร้างภาวะจำยอมให้กับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี ที่ต้องปรับเปลี่ยนแผนการรบตามที่วอชิงตันกำหนด

แม้ว่าเนทันยาฮูจะพยายามรักษาเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศด้วยการยืนยันว่า สงครามกับกลุ่มเฮซบอลลาห์จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แต่คำประกาศของทรัมป์ที่ระบุว่าการหยุดยิงจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงคืน ได้กลายเป็นกรอบบังคับที่อิสราเอลไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

การที่ทรัมป์ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงอย่าง "PROHIBITED" หรือการสั่งห้ามโจมตีเลบานอนโดยตรง ถือเป็นการแสดงอำนาจเหนืออธิปไตยทางการทหารของอิสราเอลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในลักษณะเปิดเผยเช่นนี้

นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่า นี่คือรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทรัมป์พยายามสร้างขึ้น คือการเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งกร้าวที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จของสงครามไว้ในมือเพียงผู้เดียว ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เนทันยาฮูต้องยอมถอยภายใต้แรงกดดันจากทำเนียบขาวในยุคของทรัมป์

ไทยพีบีเอสออนไลน์รวบรวมเหตุการณ์สำคัญ 5 ครั้งที่ทรัมป์แสดงบทบาทกดดันเนทันยาฮูในระดับยุทธศาสตร์ ดังนี้

1. การหยุดยิงในเลบานอน (เม.ย.2569) เป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่ทรัมป์ประกาศหยุดยิง 10 วันผ่านโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางแผนการรบของกองกำลังอิสราเอล (IDF) ที่เตรียมขยายผลการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ทรัมป์สั่งห้ามการโจมตีเพิ่มเติมอย่างเด็ดขาดเพื่อเปิดทางสู่ดีลสันติภาพวงกว้างที่ครอบคลุมถึงอิหร่าน

2. สงครามอิหร่านครั้งที่ 2 (ม.ค.2569) ทรัมป์เป็นผู้นำในการกดดันให้อิสราเอลยอมรับการหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่าน ภายใต้การนำของมอจตาบา คาเมเนอี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตราคาน้ำมันโลกและป้องกันการล่มสลายของระบบเศรษฐกิจในช่วงต้นปี โดยบีบให้เนทันยาฮูชะลอการโจมตีทางอากาศต่อสถานประกอบการนิวเคลียร์

3. สงครามอิหร่านครั้งที่ 1 (มิ.ย.2568) ทรัมป์สั่งยุติสงครามระยะเวลา 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทันที หลังจากที่สหรัฐฯ ประเมินว่าเป้าหมายทางทหารบางส่วนบรรลุผลแล้ว โดยทรัมป์ใช้วิธีประกาศความสำเร็จของการทำลายเป้าหมายสำคัญเพื่อมัดมือชกให้อิสราเอลต้องถอนตัวจากการปะทะในทันที

4. กรณีบังคับให้ "ขอโทษ" กาตาร์ หลังจากปฏิบัติการ "Summit of Fire" ซึ่งเป็นการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในกรุงโดฮาเพื่อลอบสังหารผู้นำฮามาสแต่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของกาตาร์เสียชีวิต ทรัมป์ได้บังคับให้เนทันยาฮูต้องขอโทษต่อหน้าสาธารณะและตกลงที่จะไม่ละเมิดอธิปไตยของกาตาร์อีก เพื่อรักษาบทบาทตัวกลางในการเจรจาตัวประกันที่ทรัมป์ให้ความสำคัญ

5. การหยุดยิงในฉนวนกาซา (Gaza Ceasefire) ทรัมป์ใช้อำนาจกดดันให้อิสราเอลยอมรับข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกันและหยุดยิงกับกลุ่มฮามาส โดยแลกกับการปล่อยตัวนักโทษปาเลสไตน์จำนวนมากและการถอนทหารออกจากพื้นที่บางส่วน แม้ในขณะนั้นเนทันยาฮูจะยังยืนยันว่าต้องทำสงครามให้จบเพื่อกวาดล้างฮามาสให้สิ้นซากก็ตาม

ทั้ง 5 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้อิสราเอลจะสามารถขยายอำนาจการยึดครองพื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์ได้มากขึ้น ทั้งในกาซา เลบานอน และซีเรีย แต่ในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว เนทันยาฮูยังคงไม่สามารถบรรลุ "ชัยชนะที่เบ็ดเสร็จ" ตามที่โฆษณาไว้ได้ เพราะมักจะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติการในจังหวะที่ทรัมป์มองว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำ "ดีล" ในภาพรวมมากกว่า

เนทันยาฮูออกแถลงการณ์ว่า เขายอมรับการหยุดยิงชั่วคราวตามคำขอของเพื่อนรัก ปธน.ทรัมป์ แต่ย้ำว่าอิสราเอลพร้อมกลับไปรบใหม่ว่า "มือข้างหนึ่งถืออาวุธ มืออีกข้างยื่นออกไปเพื่อสันติภาพ" แต่ทรัมป์ก็ตอบโต้ภายใน 20 นาทีทันทีว่า "อิสราเอลจะไม่โจมตีเลบานอนอีกต่อไป พวกเขาถูกห้ามโดยสหรัฐอเมริกา พอได้แล้ว"

"ทรัมป์" สยบ "เนทันยาฮู" เมื่อผู้นำสหรัฐฯ สั่งหยุดสงครามเลบานอนผ่านโซเชียล

"ทรัมป์" สยบ "เนทันยาฮู" เมื่อผู้นำสหรัฐฯ สั่งหยุดสงครามเลบานอนผ่านโซเชียล

เหตุการณ์ล่าสุดนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ทรัมป์ไม่ได้เพียงเป็นพันธมิตร แต่กลายเป็นผู้ควบคุมกลยุทธ์สำคัญของอิสราเอลในทุกแนวรบ และส่งผลให้ศัตรูของอิสราเอลยังคงมีตัวตนและสามารถกลับมาเป็นภัยคุกคามได้เสมอในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

วันไหลพัทยาวันสุดท้าย นักท่องเที่ยวแน่นถนนเลียบชายหาด

"อดีตข้าราชการ" ร้องสายไหมต้องรอดอ้างถูก "แม่ดารา" เบี้ยวหนี้

กระบะพลิกคว่ำ อ.ปัว จ.น่าน เสียชีวิต 8 คน - โรงเรียนโพสต์อาลัย 4 นักเรียน