วันนี้ (16 เม.ย.2569) เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังเกิดเหตุ เพลิงไหม้บ่อขยะฝังกลบ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการตรวจคุณภาพอากาศ เบื้องต้นไม่พบเกินค่ามาตรฐาน แต่ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
ส่วนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและผู้ป่วยติดเตียง บริษัทฯ ระบุว่าได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการรับเรื่องร้องเรียนและดูแลประชาชน ที่วัดหนองสองห้อง และแจกหน้ากากอนามัยป้องกัน
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า วันเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและแสบจมูก แต่ล่าสุดอาการลดลงแล้ว
แจงจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่ใช่บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม
ขณะที่บริษัทฯ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณจุดเกิดเหตุคือหลุมฝังกลบชั่วคราว ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ส่วนสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณปั๊มสเปย์สารดับกลิ่น ประกอบกับอากาศร้อนและมีลมแรง ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว
บริษัทฯ ยังยืนยันว่าดำเนินการตามแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งอพยพพนักงานและชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน
สำหรับเพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลาควบคุมเพลิงเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว แต่วันรุ่งขึ้นพบการปะทุของไฟอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว
แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากควันพิษ เลี่ยงพื้นที่-อยู่เหนือลม
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ส่งผลให้เกิดควันไฟจำนวนมาก ประกอบกับทิศทางลมพัดเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ทำให้มีความเสี่ยงที่ก๊าซพิษจะกระจายเข้าสู่บริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายลม
เหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสีย อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษหลายชนิด โดยเฉพาะ "ไฮโดรเจนไซยาไนด์" ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของวัสดุ เช่น พลาสติก โฟมและสารเคมีต่าง ๆ หากสูดดมเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจและระบบประสาท โดยอาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนและหายใจลำบาก ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการชัก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณท้ายลมและปฏิบัติตามประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที และไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีประกาศยุติ พร้อมย้ำว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษดังกล่าวได้
อ่านข่าว
"เอกนัฏ" ประกาศจัดการผู้ประกอบการกักตุนน้ำมันเก็งกำไร
เยาวชนหญิง 15 ปี ร้องถูก "พลทหาร" ล่วงละเมิดในงานสงกรานต์
สส.เดโมแครตยื่นถอดถอน "พีท เฮกเซธ" ปมก่อสงครามโดยพลการ
