วันนี้ (13 เม.ย.2569) สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ไปประจำการในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ในขณะนี้ บังคับใช้การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปากีสถานสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง
รายงานระบุว่า "ทรัมป์" โพสต์เป็นข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 กล่าวหาอิหร่านว่ากรรโชกทรัพย์ กองทัพเรือสหรัฐฯ จะตามล่า และสกัดกั้นเรือในน่านน้ำสากล ที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้อิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบ กองกำลังสหรัฐฯจะเริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่เขากล่าวว่าอิหร่านเป็นคนวางไว้ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
"การประชุมเป็นไปด้วยดี ประเด็นส่วนใหญ่ได้รับการตกลงกัน แต่ประเด็นเดียวที่สำคัญจริงๆ คือนิวเคลียร์ กลับไม่ได้รับการตกลง นับจากนี้เป็นต้นไปกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกองทัพเรือที่ดีที่สุดในโลก จะเริ่มกระบวนการปิดล้อมเรือทุกลำ ที่พยายามเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ" ทรัมป์ กล่าว
ทั้งนี้ อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับตลาดพลังงานโลก นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 ว่า เรือพลเรือนสามารถข้ามช่องแคบได้ หากปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเฉพาะ แต่เรือรบที่เข้าใกล้ช่องแคบจะถือว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ "จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง"
การจราจรผ่านช่องแคบที่แคบนี้ลดลงอย่างมาก เกือบจะทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลกเป็นอัมพาต และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า คำกล่าวของทรัมป์ทำให้เกิดความกังวล เกี่ยวกับสถานะของข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งมีมา 2 สัปดาห์แล้ว โดย เซอิน บาสราวี ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา ซึ่งรายงานจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า ข้อความที่ทรัมป์โพสต์นั้นดูมีรายละเอียดและเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสัญญาณเตือนภัยกำลังดังขึ้น ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) สำหรับประเทศต่างๆ ที่หวังว่าการหยุดยิงนี้จะขยายออกไปเกินกว่า 2 สัปดาห์และกลายเป็นสันติภาพที่เจรจาต่อรองได้ในระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไปในภูมิภาค แต่แน่นอนว่าจะยุติความรุนแรงที่เราเห็น" บาสราวี กล่าว
ด้าน ผู้ไกล่เกลี่ยเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการทูต และหลีกเลี่ยงการกลับไปสู่การสู้รบ
ขณะที่ บาดร์ อัลบูไซดี รมว.ต่างประเทศ โอมาน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ผมขอเรียกร้องให้ขยายเวลาหยุดยิง และดำเนินการเจรจาต่อไป ความสำเร็จอาจต้องให้ทุกคนยอมเสียสละอย่างเจ็บปวด แต่นั่นเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดจากความล้มเหลวและสงคราม"
นอกจากนี้ อิหร่าน ยังออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ที่ว่าเรือรบ 2 ลำของสหรัฐฯ เพิ่งแล่นผ่านช่องแคบเพื่อปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิด และเตือนว่าหากมีเรือรบใดๆ ที่พยายามจะทำเช่นนั้น จะได้รับการตอบโต้ที่รุนแรง
อ่านข่าว
“ปากีสถาน” เรียกร้อง “สหรัฐฯ-อิหร่าน” รักษาข้อตกลงหยุดยิงต่อไป
อิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอ สหรัฐฯ ยอมรับเจรจายังไม่เป็นผล
จีนโต้ข่าวขายอาวุธให้อิหร่าน ยืนยันปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเสมอ
