สำเร็จ! ภารกิจ "อาร์เทมิส 2" นักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
07:33
จำนวนผู้ชม 2,232
สำเร็จ! ภารกิจ "อาร์เทมิส 2" นักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย
ภารกิจ "อาร์เทมิส 2" สำเร็จ เช้าวันนี้ (11 เม.ย.2569) นักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย หลังเดินทางไป 10 วัน ทำลายสถิติเดิมของ "อะพอลโล 13" สำรวจด้านไกลของดวงจันทร์

ดร.มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยข้อมูลความสำเร็จภารกิจ Artemis II โดยเช้าวันนี้ (11 เม.ย.2569) ตามเวลาประเทศไทย แคปซูล Integrity ที่บรรทุกลูกเรือภารกิจ Artemis II ทั้ง 4 คน ลงจอดบนผิวน้ำนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย กลับสู่โลกอย่างปลอดภัย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์ยาวนานกว่า 10 วัน ปิดฉากการเดินทางกลับไปเยือนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษยชาติ นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 เมื่อกว่า 53 ปีก่อน และยังนับเป็นครั้งแรกของการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการสำรวจดวงจันทร์ด้วยกล้องดิจิทัล คอมพิวเตอร์พกพา และสมาร์ทโฟน

สำเร็จ! ภารกิจ "อาร์เทมิส 2" นักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย

สำเร็จ! ภารกิจ "อาร์เทมิส 2" นักบินอวกาศกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย

ภารกิจ Artemis II ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือการทดสอบระบบและเครื่องมือต่าง ๆ แม้ว่าเราเคยส่งมนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์มาแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา Saturn V เป็นจรวดเพียงลำเดียวที่เคยพามนุษย์ไปสู่วงโคจรของดวงจันทร์ จนกระทั่งวันนี้ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมากกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ยังไม่เคยได้ผ่านการพิสูจน์ในการปฏิบัติการจริง ซึ่งความสำเร็จในวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจรวด Space Launch System (SLS) ของโครงการ Artemisยาน Orion รวมถึง European Service Module ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์สมัยใหม่นั้นก็สามารถทำภารกิจนี้ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

เทคโนโลยีที่ใช้เดินทางไปดวงจันทร์ในยุคอะพอลโล แตกต่างจากยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในยุคนั้นยังเป็นคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก กล้องถ่ายภาพในยุคนั้นยังคงใช้ฟิล์ม ปุ่มควบคุมยังคงเป็นแผงควบคุมด้วยสายไฟ และหลอดไฟ

ในขณะที่ยุคปัจจุบันเป็นยุคของกล้องดิจิทัล และมีแผงหน้าจอแสดงผลแบบ LCD นักบินอวกาศทุกคนมีโน้ตบุ๊กส่วนตัว แม้กระทั่ง Apollo Guidance Computer (AGC) ที่เป็นคอมพิวเอตร์หลักในนำทางของภารกิจอพอลโล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคอมพิวเตอร์ดิจิทัล ที่ใช้ชิปซิลิกอนในการประมวลผลเครื่องแรก ๆ นั้น ไม่สามารถเทียบได้เลย กับสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่มนุษย์ยุคปัจจุบันทุกคนถืออยู่ติดตัวตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ไม่เคยทดสอบในภารกิจจริงที่ต้องบรรทุกนักบินอวกาศมาก่อน

ความสำเร็จของโครงการ II ในครั้งนี้ จึงเป็นหลักฐานว่าเทคโนโลยีปัจจุบันนั้น พร้อมแล้วที่จะพามนุษย์เดินทางสู่อวกาศ เทคโนโลยียุคใหม่ทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในการเดินทางในอวกาศนั้นเรียบง่ายขึ้น และสุดท้ายจะทำให้มีต้นทุนที่ถูกลงเรื่อย ๆ ความสำเร็จของ Artemis II ในครั้งนี้ จึงไม่เป็นเพียงความสำเร็จของสหรัฐอเมริกาในการส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบันนั้นพร้อมแล้วสำหรับก้าวต่อไปในการสำรวจอวกาศ

นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ภารกิจในครั้งนี้ยังนับว่าได้ทำลายสถิติ “ครั้งแรก” ในอีกหลายแง่มุม

  • ครั้งแรกที่มีนักบินเดินทางไปด้วยกันถึง 4 คนในภารกิจเดียว (โครงการอะพอลโลมีนักบินเพียง 3 คน)
  • ครั้งแรกที่มีนักบินที่มาจากประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา (Jeremy Hansen เป็นนักบินจากแคนาดา)
  • ครั้งแรกที่มีนักบินอวกาศผิวสี (Victor Glover)
  • ครั้งแรกที่มีนักบินอวกาศหญิงไปเยือนดวงจันทร์ (Christina Koch)
  • ครั้งแรกที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ติดต่อสื่อสารใน
  • ครั้งแรกที่มี “ห้องสุขา” ไปด้วยกับภารกิจไปยังดวงจันทร์​ (แม้ว่าห้องสุขานี้จะประสบปัญหาก็ตาม)
  • ภารกิจที่มีมนุษย์เดินทางออกไปไกลจากโลกเป็นระยะทางที่มากที่สุด

ภารกิจไปยังดวงจันทร์ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการลงจอด แต่เป็นการเดินทางโดย free-return trajectory ซึ่งเป็นวงโคจรที่สามารถนำยานอวกาศกลับมายังโลกได้แม้กระทั่งในกรณีเครื่องยนต์ขัดข้อง โดยในขั้นตอนสุดท้ายของการกลับยังโลกนั้น ตัวแคปซูลที่บรรทุกนักบินอวกาศทั้ง 4 จะทำความเร็วสูงสุดประมาณ 38,405 กม./ชม. ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอลงจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก

ในช่วงความสูงประมาณ 400,000 ฟุตนั้น ตัวแคปซูลจะถูกห้อมล้อมไปด้วยพลาสม่าร้อนที่ทำให้แคปซูลขาดการติดต่อสื่อสารกับหอบังคับการอย่างสิ้นเชิงเป็นระยะเวลาประมาณ 6 นาที จากนั้นยานจะใช้ระบบร่มชูชีพต่าง ๆ เพื่อชะลอความเร็วให้เพียงพอที่จะลงจอดบนผิวน้ำบริเวณนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะพานักบินกลับมายังบนบกได้อย่างปลอดภัย

ในภารกิจถัดไปของ Artemis III จะเป็นการทดสอบระบบการเชื่อมต่อของยาน และระบบลงจอดบนดวงจันทร์ในวงโคจร และในที่สุด ราวปี ค.ศ.2028 โครงการ Artemis IV จะพายานสำรวจพร้อมนักบินอวกาศกลับไปลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ และเริ่มกระบวนการก่อสร้าง Gateway Station บนพื้นผิวของดวงจันทร์ ซึ่งเปรียบได้กับสถานีเตรียมการที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถไปสำรวจยังวัตถุอื่น ๆ ในระบบสุริยะ เช่น ดาวอังคาร ต่อไป

เรียบเรียง: ดร. มติพล ตั้งมติธรรม - นักวิชาการ สดร.

อ่านข่าว :

NASA เปิดภาพ "โลกทั้งใบ" บันทึกโดยนักบินอาร์เทมิส 2 ที่มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

นักบินอวกาศในภารกิจ "อาร์เทมิส 2" ถ่ายภาพ "สุริยุปราคาเต็มดวง"

นักบินอวกาศ "อาร์ทิมิส 2" สร้างสถิติใหม่ มนุษย์เดินทางไกลจากโลกมากที่สุด