ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

สิ่งแวดล้อม
18:07
จำนวนผู้ชม 690
ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่
ที่ปรึษา รมว.ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบปมฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่ แฉขบวนการออก น.ส.3 ก.มิชอบ เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ-ผู้มีอิทธิพล เตรียมทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน เร่งถอนเอกสารสิทธิ

วันนี้ (10 เม.ย.2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมด้วยนายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัด ทส. เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดี กรณีการตรวจยึดไม้ท่อนกว่า 438 ท่อน ปริมาตร 461.85 ลูกบาศก์เมตร ในเขตป่าเขาปากเตรียม – อ่าวจาก จ.ระนอง พร้อมขยายผลตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยเจ้าหน้าที่จะร่วมกันขยายผลตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน

ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

ทั้งนี้ จะขอคัดระวางหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.3 ก. และสารบบแปลงที่ดินทั้งหมด กับสำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่ม นส.3 ก. ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดระนอง มีความเห็นให้เพิกถอน, กลุ่มที่ 2 เป็น นส.3 ก. ที่เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่มีหลักฐานเดิม และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่ม นส. 3 ก. ที่อ้างมาจากเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค. 1)

พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ที่กำชับให้กรมป่าไม้แจ้งความกล่าวโทษ ต่อกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในข้อหาครอบครองไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป โดยการนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการสอบสวนครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่อ้างสิทธิในที่ดินนำเอกสาร น.ส.3 ก. มาแสดงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง

หากพบว่ามีการออกเอกสารโดยมิชอบหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยหลังจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเข้าแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อบูรณาการการสืบสวนขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่

ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวถึงแนวทางการทำคดีว่า จะแบ่งความผิดออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือความผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งเข้าข่ายความผิดของเจ้าพนักงาน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ที่ดิน และความผิดของภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง บก.ปปป. และ บก.ปทส. เพื่อระดมบุคลากรและเครื่องมือที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ เข้ามาจัดการคดีที่มีความซับซ้อนนี้ให้รวดเร็ว และรอบคอบกว่าการดำเนินการในระดับพื้นที่

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริง พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าดงดิบสมบูรณ์ มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น ตะเคียน อายุกว่า 100 ปี แต่กลับมีการออกเอกสาร น.ส.3 ก. ในช่วงปี 2532–2553 และบุกรุกทำลายป่าไปกว่า 2,000 ไร่

ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

จากการประเมิน เชื่อว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ซึ่งทางกระทรวงฯ เตรียมทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ว่า จะต้องรับโทษตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้น

ด้านรองปลัด ทส.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เริ่มกระบวนการส่งเรื่องขอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว 21 แปลงแรก และจะขยายผลให้ครบทั้ง 105 แปลงที่เหลือ โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกและตัดไม้ในครั้งนี้ประเมินว่าสูงกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงฯ จะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายควบคู่ไปกับคดีอาญา เพื่อนำผืนป่าที่เป็นสมบัติของชาติกลับคืนมาเป็นของประชาชนโดยเร็วที่สุด

อ่านข่าว :

เคาะวันเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม" กกต. กำหนด 28 มิ.ย.2569

"สุริยะ" ตอบ "กรณ์" ปมซื้อเครื่องบินเจ็ทจาก "ภรรยาเบน สมิธ"

"ชาย" บุกถึงสระน้ำกลางสภา ซ้ำรอยทำเนียบ อ้าง "โสภณ" ส่งจดหมายมาหา