“รังสิมันต์” จี้รัฐบาลออกหมายแดงจับ “เบน สมิธ”

การเมือง
10:21
จำนวนผู้ชม 500
“รังสิมันต์” จี้รัฐบาลออกหมายแดงจับ “เบน สมิธ”
“รังสิมันต์” อภิปรายชี้ รัฐบาลเพิกเฉยการปราบสแกมเมอร์ ไม่ดำเนินคดี - ออกหมายแดงจับ “เบน สมิธและภรรยา” ปล่อยให้ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ต่างประเทศ

วันนี้ (10 เม.ย.69) เวลา 08.10 น. ที่รัฐสภา ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาด้านความมั่นคงการปราบสแกมเมอร์ของรัฐบาลมาอภิปราย โดยชี้ตัวเลขคดีที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับการแถลงข่าวของ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ก่อนจะท้วงว่าเป็นข้อมูลที่เลื่อนลอย ไม่ใช่สถิติข้อเท็จจริงแตกต่างจากข้อมูลของตำรวจ ซึ่งถือว่ายังห่างไกลในการเดินหน้าปราบปรามและเป็นที่น่าพอใจ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการขยายผล เอาผิดกับเครือข่าย "ฮุยวันเพย์" แพลตฟอร์มโอนเงินคริปโตออนไลน์ของกัมพูชา ที่มีความเชื่อมโยงกับ "เบน สมิธ และภรรยา" และยังไล่ความเชื่อมโยงระหว่าง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรมว.ดีอี กับ บริษัทเอกชนสิงคโปร์ ที่เคยมาลงนาม เอ็มโอยู กับกระทรวงดีอี ให้ดำเนินการเก็บข้อมูลม่านตา คนไทยไป 1.2 ล้านคน ซึ่งเป็นการกระทำขัดต่อกฎหมาย PDPA แต่กลับได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่ แต่รัฐบาลกลับไม่ทำอะไร ทั้งไม่ออกหมายแดงจับนายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ปล่อยให้ใช้ชีวิตสุขสบายในต่างประเทศ

นายรังสิมันต์ ยังอภิปรายไล่เลียงถึงเหตุการณ์และตั้งคำถามว่า เหตุน้ำมันแพงมาจากการถอนทุนทางการเมือง ของนายทุนน้ำมันพรรคการเมืองหรือไม่ ชี้เป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่กัดกินทำลายสังคมไทย โดยอ้างว่ามีบุคคล "เสี่ย ต." ใน จ.อ่างทอง เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในรัฐบาล จนถึงขณะนี้ไม่มีการดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ทั้งที่ก็ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่

"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

"อนุทิน" ย้ำไร้เส้นสาย สั่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติ "สุดซอย"

ปปง.ยึด-อายัดทรัพย์เครือข่าย "ยิม เลียก-เบน สมิธ" เพิ่มอีก 8,269 ล้านบาท