วันนี้ (9 เม.ย.2569) จากกรณีพบซากพะยูน ไม่มีส่วนหัว ตัวผู้ โตเต็มวัย ยาวประมาณ 2.20 เมตร (ไม่รวมหัว) น้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม พบเพรียงทั่วตัว บริเวณอกด้านขวาพบรอยบาดจากวัตถุมีคม หางมีเชือกแบบเกลียวมัดเป็นเงื่อนผูกไว้กับหินใต้น้ำที่บริเวณเกาะยาวน้อย จ.พังงา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาสาเหตุการตายและดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน เน้นย้ำไม่ใช่แค่นับซาก แต่ต้องเปลี่ยนเป็นรักษาชีวิต พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
นอกจากนี้ มอบหมายให้นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หามาตรการเชิงรุกแบบบูรณาการ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ผ่านแนวทางสำคัญ ได้แก่ การเฝ้าระวังและป้องกัน จัดตั้งทีมลาดตระเวนในแหล่งหญ้าทะเล ใช้เทคโนโลยีโดรนและระบบ citizen science ในการติดตามพะยูน และพิจารณาประกาศเขตคุ้มครองใหม่ การช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยตั้งทีมกู้ชีพสัตว์ทะเล พร้อมสัตวแพทย์ประจำในโรงพยาบาลสัตว์ทะเลหายาก (ภูเก็ต/ตรัง) การป้องกันการล่า และลักลอบ พร้อมเร่งดำเนินการสืบสวนร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และตำรวจในพื้นที่ โดยบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดจำคุก 15 ปี หรือปรับ 1.5 ล้านบาท
ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมฯ ได้เก็บรวบรวมพยานวัตถุ พร้อมขนย้ายซากพะยูนจากเกาะยาวน้อยมายังท่าเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน นำซากพะยูนกลับไปผ่าชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการตาย และเข้าแจ้งความต่อ สภ.เกาะยาว ภ.จว.พังงา ภ.8 ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เพื่อดำเนินการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานในการจับตัวผู้กระทำความผิด
เร่งตามมือตัดหัว “พะยูน” ซากถูกมัดกับหินที่เกาะยาวน้อย พังงา
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2566 – 2568 พบพะยูนเกยตื้นทั้งหมด 112 ตัว เป็นพะยูนที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยว/หัว จำนวน 8 ตัว และข้อมูลในปีงบประมาณ 2569 พบพะยูนเกยตื้นทั้งหมด 2 ตัว เป็นพะยูนที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยว/หัว จำนวน 1 ตัว โดยทั้งหมดถูกตัดหลังตายแล้ว ซึ่งกรมฯ ยังคงเน้นย้ำการรณรงค์ไปยังเครือข่ายชาวประมง อาสาสมัครช่วยพะยูน และประชาชน ให้รู้คุณค่าของพะยูน ลบล้างความเชื่อผิด ๆ ที่เชื่อว่า "เขี้ยวพะยูนเป็นของขลัง" รวมทั้งได้พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการวินิจฉัยและการเก็บข้อมูลตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ การฟื้นฟูถิ่นอาศัย เพาะพันธุ์หญ้าทะเลในบ่อกุ้งร้าง กั้นคอกฟื้นฟูหญ้า และฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรม เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูนต่อไป
หากประชาชนมีเบาะแสในเรื่องดังกล่าว หรือพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าว :
"สีหศักดิ์" หาทางคุยอิหร่านเปิดทางเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตากบุกชาร์จชาวเมียนมา ลอบขน "ลูกเสือดำ" ส่งชเวโก๊กโก
นายกฯ โยน "เอกนัฏ" ตอบปมเอกชนจ่อฟ้องรัฐ รีดค่าโรงกลั่น 2 บาท
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
